เสียงของคนผิวดำ ท่ามกลางความแตกแยก ในสังคมอเมริกัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตั้งแต่กรณีจอร์จ ฟลอยด์ ชาวผิวดำที่ถูกตำรวจใช้เข่ากดคอจนเสียชีวิต กลุ่มคนผิวดำทั่วสหรัฐฯ ต่างลุกฮือประท้วงเรียกร้องความเท่าเทียมและต่อต้านการเลือกปฏิบัติที่มีมายาวนาน

การแบ่งแยกสีผิวและเชื้อชาติจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการเลือกตั้งประธานธิบดีสหรัฐฯ เพราะเสียงของคนผิวดำไม่เพียงตัดสินชัยชนะของประธานาธิบดีเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวกำหนดอนาคตและความยุติธรรมให้กับพวกเขาด้วย

ลูกโป่ง ดอกไม้หลากสี รวมถึงข้อความให้กำลังใจ ถูกนำมาวางไว้ที่ข้างอาคารแห่งหนึ่งในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย

บนกำแพงคือภาพวาดขนาดใหญ่ของ จอห์น ลูอิส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่เพิ่งถึงแก่กรรมไปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับชาวอเมริกัน ลูอิสคือวีรบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ในวันนั้นลูอิสเป็นหนึ่งในแกนนำของการประท้วงในเมืองเซลมา รัฐแอละแบมา ปี 1965 การประท้วงที่เป็นที่รู้จักดีในชื่อ Bloody Sundy

เหตุประท้วงเริ่มจากทหารผิวขาวยิงชายผิวดำที่ชื่อจิมมี แจ็กสัน เสียชีวิต ส่งผลให้คนผิวดำออกมาประท้วงโดยความโกรธแค้น ในวันนั้นทหารใช้แก๊สน้ำตาและกระบองเข้าสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง ลูอิสถูกตีที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส

ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจให้คนทั่วประเทศ และนำไปสู่การลงนามกฎหมายสิทธิพลเมือง โดยประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน

สิทธิและเสรีภาพของประชากรผิวดำในวันนี้ แลกมาด้วยเลือดและน้ำตาจากการต่อสู้ของคนรุ่นก่อน

ในอดีต ประชากรผิวดำส่วนใหญ่อาศัยอยู่รัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายจิมโครว์ในรัฐทางตอนใต้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่รับรองการเลือกปฎิบัติระหว่างคนผิวขาวและคนผิวดำนำมาสู่การอพยพครั้งใหญ่ของคนผิวดำระหว่างปี 1916 ถึงปี 1970 หรือที่เรียกว่า The Great Migration

ในตอนนั้นคนผิวดำกว่า 6 ล้านคนเริ่มอพยพจากรัฐทางตอนใต้ไปยังรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนกลาง และตะวันตก ข้ามมาวันนี้ข้อมูลจากการสำรวจสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ปี 2019 เปิดเผยว่า อเมริกามีประชากรผิวดำเพิ่มเป็นราว 44 ล้านคนทั่วประเทศ

ปัจจุบันชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันนับเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในสหรัฐฯ รองจากชาวอเมริกันผิวขาว และชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิก

โดยรัฐที่มีสัดส่วนประชากรผิวดำต่อประชากรทั้งหมดมากที่สุดได้แก่ มิสซิสซิปปี ลุยเซียนา จอร์เจีย เซาท์แคโรไลนา และวอชิงตัน ดี.ซี.

สัดส่วนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เสียงจากคนผิวดำมีที่ทางมากขึ้นในสังคม พวกเขามีส่วนร่วมในทุกวงการตั้งแต่วิทยาศาสตร์ กีฬา ไปจนถึงความบันเทิง และสูงสุดคือ ผู้นำประเทศ

ปี 2008 หน้าประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกาต้องบันทึกไว้ เมื่อบารัก โอบามา ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของประเทศ เขาชนะเลือกตั้งอีกสมัยเมื่อปี 2012

แรงหนุนส่งโอบามามาจากแทบทุกกลุ่มประชากร รวมถึงคนผิวดำที่ออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2008 ด้วยจำนวนมากถึงร้อยละ 73 หมดยุคโอบามา จำนวนคนใช้สิทธิ์จากคนผิวดำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การเลือกตั้งเมื่อปี 2016 คราวที่ฮิลลารี่ คลินตันแข่งกับทรัมป์ คนผิวดำออกมาใช้สิทธิน้อยมาก ลดลงเหลือแค่ร้อยละ 59.6 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทรัมป์ได้รับชัยชนะ

สหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ บาดแผลและรอยร้าวของสีผิวและเชื้อชาติที่เลือนหายไปบ้างในยุคประธานาธิบดีผิวดำปรากฏชัดเจนอีกครั้ง

แต่อันที่จริงรอยร้าวระหว่างสีผิวไม่เคยหายไป แม้คนดำจะมีจำนวนประชากรเพิ่ม แม้จะมีที่มีทางในสังคมมากขึ้น แต่คนดำก็ยังถูกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม จำนวนมากยากจน ขาดโอกาส

และไม่มีสิ่งใดแทนภาพรอยร้าวนี้ได้ชัดเจนเท่าภาพของคนดำที่ถูกเลือกปฎิบัติจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะมันคือภาพที่ไม่ต่างจากวันที่ลูอิสและคนผิวดำต้องเจอเมื่อ 55 ปีก่อน

ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จอร์จ ฟลอยด์ ถูกตำรวจใช้เข่ากดคอขณะถูกจับกุม เกิดการประท้วงไปทั่ว จลาจล รุนแรง

ภาพการประท้วงเรื่องสีผิวทั่วประเทศ ทำให้การแบ่งแยกสีผิวและเชื้อชาติกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญสำหรับสังเวียนเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

และมันอาจกลายเป็นสิ่งกระตุ้นในคนผิวดำออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอีกครั้ง ที่ผ่านมาชาวอเมริกันผิวดำคือฐานเสียงของพรรคเดโมแครตมายาวนาน จากแนวคิดเสรีนิยมที่มักชูนโยบายความหลากหลายและความเท่าเทียม ที่เอื้อประโยชน์ให้ชนกลุ่มน้อยในอเมริกา

ในปีนี้มีคนผิวดำกว่า 30 ล้านคนที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในจำนวนนี้ ราว 10 ล้านคนอาศัยอยู่ในรัฐแกว่ง หรือ Swing States สมรภูมิเลือกตั้งที่เดโมแครตและริพับลกันมักมีคะแนนสูสี อย่าง แอริโซนา ฟลอริดา จอร์เจีย ไอโอวา นอร์ธแคโรไลนา และเพนซิลเวเนีย

นี่คืออีกหนึ่งกลุ่มประชากรที่จะมีส่วนสำคัญในการชี้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะหากคนผิวดำออกมาใช้สิทธิ์มากเท่าๆ กับตอนที่เลือกประธานาธิบดีผิวดำอย่างบารัก โอบามา

ฐานเสียงของประชากรผิวดำวันนี้ คือปัจจัยส่วนหนึ่งที่จะกำหนดชัยชนะ ไม่ใช่ชัยชนะของโจ ไบเดน หากคือชัยชนะของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันในศตวรรษที่ 21 ที่จะยุติการเลือกปฏิบัติและความเกลียดชังจากสีผิว

สิทธิเลือกตั้งอเมริกา สิทธิพื้นฐานหรือสิทธิพิเศษ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ