สหราชอาณาจักรเพิ่มกำลังตำรวจและทหารรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศหลังเกิดเหตุก่อการร้ายในประเทศตูนิเซีย คูเวต และฝรั่งเศส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลล็องด์ ของฝรั่งเศสได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นเวลา 3 วัน เช่นเดียวกันกับประเทศสเปน ที่มีการยกระดับเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายจากระดับกลางเป็นระดับสูง
สำหรับเหตุก่อการร้ายใน 3 ประเทศ เมื่อวานนี้นั้น เริ่มจากที่ประเทศฝรั่งเศสคนร้ายได้บุกโจมตีโรงงานแห่งหนึ่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกตัดคอโดยพบศีรษะพร้อมข้อความภาษาอาหรับแขวนอยู่ที่รั้วใกล้กันยังพบธงชาติอิสลาม ซึ่งทางการฝรั่งเศสสามารถจับกุมคนร้ายได้ทันควัน พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 4 คนเพื่อสอบปากคำ
ขณะเดียวกัน ที่ประเทศคูเวต เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สุเหร่านิกายชีอะห์ในเมืองหลวง คูเวต ซิตี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 รายและบาดเจ็บมากกว่า 200 คน
ส่วนที่ประเทศตูนิเชีย คนร้ายพร้อมอาวุธปืน 2 คน ก่อเหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวที่กำลังพักผ่อนบนชายหาดของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองซูส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ราย บาดเจ็บหลายสิบรายโดยเจ้าหน้าที่ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุและสามารถวิสามัญหนึ่งในคนร้าย ขณะที่อีกคนหลบหนีไปได้
ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ได้ออกมากล่าวอ้างผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีทั้งในตูนิเซีย และคูเวตด้านรัฐบาลตูนิเซีย ได้ประกาศปิดสุเหร่า 80 แห่ง ที่อยู่นอกเหนือการกำกับดูแลของกระทรวงศาสนา และมีการเผยแพร่แนวคิดสุดโต่งพร้อมเพิ่มกำลังทหารรักษาเฝ้าระวังทั่วประเทศ ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนนับร้อยได้ทยอยเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย