เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทย ปิดการซื้อขายภาคบ่าย ที่ 1,264.32 จุด เพิ่มขึ้น +41.88 จุด (+3.43%) มูลค่าการซื้อขาย 80,914.90 ล้านบาท
ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ กระทบเศรษฐกิจไทยอย่างไร
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน ตอบรับคาดการณ์ว่า นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต มีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งนี้ ทำให้มีการเข้ามาซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของนายไบเดน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างการเข้ามาซื้อหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี, กลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มอื่นที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงไปมากแล้ว อย่างหุ้น CPF, CPALL จนดัชนีหุ้นไทยทะลุแนวต้านสำคัญ 1,230 และ 1,250 จุดขึ้นไปได้
นอกจากนี้เชื่อว่าน่าจะมีการทำ Short covering ด้วย ซึ่งวันนี้มองว่ากองทุนระยะสั้นน่าจะเข้ามาซื้อเป็นการเล่นตามโมเมนตัมตลาด โดยนักลงทุนเปลี่ยนตัวเล่นจากหุ้นขนาดเล็กหันไปเล่นขนาดใหญ่ แต่คนก็ยังไม่กล้าเล่นหุ้นในกลุ่มแบงก์ เพราะกลุ่มนี้เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นก็ยังพร้อมที่จะปรับตัวลงไปได้อีก ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าคนกล้าที่เข้ามาซื้อเพราะมีปันผลดี ทั้งนี้มองว่านักลงทุนยังคงเลือกลงทุนหุ้นเป็นรายตัวอยู่ โดยวันนี้ก็เลือกหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี ตลาดฯยังมีปัจจัยรออยู่ในเรื่องการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และปัจจัยการเมืองในประเทศ ที่ยังต้องติดตามการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงยังต้องติดตามผลการเลือกตั้งสหรัฐอย่างเป็นทางการด้วย ส่วนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รอบนี้ไม่น่าจะมีอะไร แต่ให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันนี้ ซึ่งรอดูว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรออกมาหรือไม่ เนื่องจากอังกฤษมีการล็อกดาวน์หลังเผชิญการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ย.) นายถนอมศักดิ์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปได้ โดยมีกรอบการแกว่งที่ 1,250-1,280 จุด
เจาะลึกบทบาท ศาลสูงสุดสหรัฐฯ หลัง “ทรัมป์” จ่อฟ้องนับคะแนนเลือกตั้งใหม่
วิเคราะห์ 4 รัฐสำคัญ 6 คะแนนสุดท้าย ตัดสิน “ไบเดน” ปธน.สหรัฐฯคนใหม่
ด้านนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ปรับตัวขึ้นกว่า 30 จุด และยังพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 40 จุด เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวในแดนบวกราว 2% เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้บวก 1% เหมือนกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่บวก 1% ตอบรับคาดการณ์ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นหลัก หลังนายโจ ไบเดน มีโอกาสชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งต่างก็มองว่าจะทำให้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน เบาลง
อย่างไรก็ดีให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯที่จะออกมาในวันพรุ่งนี้ รวมถึงยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 3/63 ด้วย
พร้อมให้แนวรับ 1,247-1,250 จุด ส่วนแนวต้าน 1,260 จุด