วันนี้ (29 มิ.ย. 58) นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจง มาตรการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มแท่น้ำเจ้าพระยา โดยมอบหมายให้กรมชลประทาน และกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการ 2 เรื่อง คือให้กรมชลประทาน สำรวจโครงการปรับปรุงอาคารปล่อยน้ำ การจ้างงาน ในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึงเดือน สิงหาคม ที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาและนักวิชาการ คาดว่าจะมีฝนตกมา ในปริมาณ 3,200 ถึง 3,900 ล้านลูกบาตรเมตร
ทังนี้ หลังเดือนพฤศจิกายน ที่จะมีการปรับปรุงระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพพร้อมแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร ในเรื่องรายได้ และให้กรมส่งเสริมการเกษตร ประเมินว่า ฝนที่ตกลงมา จะเพียงพอต่อพื้นที่การเกษตรหรือไม่ รวมถึงการปลูกพืชตามช่วงที่ฝนตก โดยให้สำรวจและสร้างแผนที่ พื้นที่เพาะปลูกไปแล้ว พื้นที่รอการเพาะปลูก และความต้องการของประชาชน การส่งเสริมอาชีพด้านอื่นไ ให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ภายในวันพรุ่งนี้ เพื่อการเยียวยาแก้ปัญหา
นอกจากนี้นายปีติพงศ์ ยังระบุถึงปัญหาขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเป็นเพราะตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาไม่เคยดูอุปสงค์หรือความต้องการใช้น้ำของประชาชน อาคารชลประทานบางประเภทที่โอนให้อยู่ในความดูแลขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีประสิทธิภาพ แหล่งน้ำขาดเล็กกว่า 3000 แห่ง ตื้นเขิน ขาดการดูแล ขอให้กรมชลประทานเข้าไปดำเนินการแก้ไข และให้กรมชลประทานสำรวจแหล่งน้ำนอกประเทศ แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง ว่าจะสามารถดำเนินการอน่างไรได้บ้าง อาจต้องปันน้ำเข้ามาใช้เพื่อให้สถานการณ์น้ำดีขึ้น อีกทั้งในระบบของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง คือ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อแควน้อยบำรุงแดน และเจื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก็ต้องการงบประมานมนการบำรุงรักษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการน้ำ
โดยในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นานเลิศวิโรตน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน และนายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ขึ้นสำรวจเส้นทางน้ำ และสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่อำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย