จ่าพิชิต-นักวิชาการ ชี้ “จบข่าว” เกิดมาฆ่า ‘Clickbait’ พาดหัวหลอกคลิก!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผุดเพจใหม่ “จบข่าว” วันเดียวยอดกดไลค์เกือบแสนคน จ่าพิชิตเผยจบข่าวเกิดมาเพื่อฆ่า Clickbait พาดหัวหลอกคนคลิก นักวิชาการชี้สะท้อนให้เห็นคนเสพสื่อเอือมระอากับการพาดหัวข่าวแบบหลอกคลิก

จากที่เป็นกระแสโด่งดังชั่วข้ามคืน คนแห่กดไลค์เกือบแสนคนและมีคนแชร์เป็นจำนวนมาก กับ "จบข่าว" เพจที่มีสโลแกนว่า "เรื่องมันมีแค่นี้ อยากรู้แต่ไม่อยากคลิก มาหาเราสิครับ" ซึ่งสิ่งที่ทำให้เพจได้รับความสนใจเป็นอย่างมากนั้น คือการนำเอาข่าวที่มีลักษณะพาดหัวแบบ Clickbait หรือล่อคลิก มาล้อเลียนโดยสรุปความให้สั้นแบบรวบรัดความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด

 

สำหรับพาดหัวลักษณะ Clickbait คือเว็บไซต์ข่าวประเภทพาดหัวด้วยข้อความชวนอยากรู้ แต่ไม่บอกเนื้อหาของข่าว เพื่อหลอกล่อให้เข้าไปอ่านบทความเหล่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงเนื้อหาข้างในแทบจะไม่มีอะไรเลย เช่น "คุณรู้แล้วต้องอึ้ง!!" "รู้แล้วต้องช็อก" "อุทาหรณ์ ที่คุณต้องซึ้งเมื่อรู้ว่า..." "เตือนภัย xxx ที่คุณต้องทึ่งว่าทำได้ไง" เป็นต้น

ผู้สื่อข่าว PPTVHD ได้สอบถามไปยังเพจ Drama-addict หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนามจ่าพิชิต ว่ามีมุมมองต่อเพจนี้อย่างไร จ่าพิชิตกล่าวว่า เพจนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะที่ผ่านมาเว็ปส่วนใหญ่จะพาดหัวแบบ Clickbait มีการพาดหัวข่าวแบบเกินจริง ส่วนมากมักจะขึ้นว่าโลกตะลึง!! หรือเมื่อคุณเห็นแล้วจะต้องอึง!! ซึ่งหลังๆ สื่อไทยหลายๆสื่อ ก็เริ่มพาดหัวข่าวเช่นนี้ด้วย ทำให้บางคนที่อ่านข่าวรู้สึกรำคาญ โดยผู้บริโภค หรือคนอ่านข่าวส่วนใหญ่ต้องการอ่านพาดหัวให้ได้ใจความสั้น ไม่หลอกให้เข้ามาอ่าน พอมีเพจนี้ขึ้นมา จึงเหมือนเป็นการดัดหลังเว็ปท่าที่นิยมพาดหัวหลอกคลิกเหล่านั้น ทั้งนี้ สำหรับตัวจ่าเองรู้สึกว่าการที่สร้างเพจนี้ออกมาถือว่าดี และมองว่าผู้สร้างเพจจะไม่ปิดเพจนี้ หากยังมีเพจเว็บสื่อที่ชอบพาดหัวแนว Clickbait

ทั้งนี้จ่าพิชิต ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนทำเพจนี้ และไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ที่สนใจเพจนี้เพราะชอบการพาดหัวข่าวสั้น กระชับได้ใจความ ไม่หลอกคนอ่าน

ด้าน ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการที่เพจดังกล่าวเกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคสื่อต่างๆเอือมระอากับเว็บข่าวที่มีการพาดหัวข่าวแบบ Clickbait หรือหลอกให้คลิกเข้าไป แน่นอนว่ายังมีคนจำนวนหนึ่งที่ยังเข้าไปดูเว็บข่าวนั้นอยู่ แต่ที่น่าตกใจคือสำนักข่าวมาตรฐานหลายแห่งก็เปลี่ยนสไตล์การพาดหัวข่าวตัวเองไปใช้ในรูปแบบของ Clickbait เพื่อหลอกให้คนคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดข้างใน ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยเอือมระอา และพอมีเพจอย่างนี้เกิดขึ้นมาก็เป็นการตอบโจทย์เป็นอย่างดี

"เพจนี้ตอบสนองผู้เล่นโซเชียลที่อยากอ่านอะไรสั้นๆ แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่ไม่อยากเสียเวลาเปิดเพจพวกนี้อ่าน ซึ่งสามารถสะท้อนได้ว่าคนเริ่มเบื่อกับการพาดหัวข่าวแบบเดียวกันหมด" ดร.มานะกล่าว

สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ล่อคลิก ดร.มานะระบุว่า อาจจะยังมีผลกระทบที่ไม่ชัดเจนมากนัก เพราะว่าคนที่ยังคลิกเข้าไปอ่านก็ยังคลิกแบบเดิมอยู่ เพียงแต่ว่าอย่างน้อยก็เป็นภาพสะท้อนให้คนที่ใช้พาดหัวข่าวอย่างเดิมอยู่ เริ่มจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า ใช้วิธีพาดหัวข่าวตลอดไปได้หรือไม่

ดร.มานะ กล่าวอีกว่าถึงแม้เพจจบข่าว จะเป็นการสรุปข่าวสั้นๆเพียงไม่กี่พยางค์ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้คนไทยอ่านน้อยลง เพราะว่าเพจที่สร้างขึ้นมาเป็นการประชดพาดหัวข่าวที่หลอกให้คลิกเท่านั้น

ทั้งนี้หากเพจลักษณะนี้มีคนติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ ในมุมของธุรกิจก็อาจจะมีการใช้เป็นพื้นที่โฆษณาราคาแพงได้ ซึ่งถ้าเป้าหมายของเพจเปลี่ยนไป คนที่ติดตามอยู่ก็อาจจะเลิกติดตามได้เช่นกัน เนื่องจากจุดประสงค์ของผู้เสพสื่อส่วนใหญ่ต้องการข้อมูลข่าวสารที่ได้สาระ สะดวก รวดเร็ว ซึ่งหากเป็นเช่นนี้เพจก็อาจต้องปิดและเงียบไปในที่สุด

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ