เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2563 พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้บังคับการสำนักงานงบประมาณและการเงิน ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าเหตุใดจึงเบิกจ่ายไม่ตรงเวลา โดยยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ
ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะมีนอกมีใน ในเงินงบประมาณส่วนนี้หรือไม่ พ.ต.อ กฤษณะ ระบุว่า กรณีนี้ตนเชื่อว่าติดปัญหาเรื่องขั้นตอนของการเบิกจ่าย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ที่อาจจะต้องมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนโปร่งใส เพราะเป็นการเบิกงบประมาณแผ่นดิน และตำรวจแต่ละหน่วยก็มีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ที่แตกต่างกัน จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ซึ่งตามปกติแล้ว เมื่อมีการปฏิบัติภารกิจไม่ว่าจะในสถานการณ์การชุมนุม หรือนอกเหนือจากนี้ ก็จะแบ่งประเภทเงินเบี้ยเลี้ยงออกเป็น 2 ประเภท คือการเบิกล่วงหน้า และการเบิกย้อนหลัง ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่จะได้เงินเบี้ยเลี้ยงครบอย่างแน่นอน
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การชุมนุมสาธารณะนับแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา คือการจัดใหญ่ของผู้ชุมนุมหลายครั้งที่สามัญชนก็พอประมาณได้ว่าใช้ต้นทุนมิใช่น้อย แต่สิ่งที่จัดได้ใหญ่กว่า คือ การจัดการของฝ่ายรัฐทั้งในด้านการป้องกันสถานที่และการจัดการกับผู้ชุมนุมที่ยกระดับใหญ่ขึ้นทุกครั้ง ตำรวจจากต่างจังหวัดและตำรวจตระเวณชายแดนนับพันต้องทิ้งภารกิจงานประจำจากพื้นที่มาควบคุมดูการชุมนุมนับเดือน สิ่งที่รัฐพึงกระทำเช่นกันคือ การเปิดเผยงบประมาณที่ใช้ไปหรือเสียไปกับการควบคุมการชุมนุม ประชาชนจะได้รู้ว่า รัฐใช้จ่ายเงินภาษีของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เช่น งบเบี้ยเลี้ยงตำรวจทหารที่ใช้ไปมีจำนวนเท่าใดและจ่ายให้บุคลากรเหล่านั้นครบถ้วนหรือไม่