วันนี้ (1 ก.ค. 58) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กรีซกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วประเทศแรกในประวัติศาสตร์ที่ผิดนัดชำระหนี้ต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่เพิ่งจะครบกำหนดไปเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาในไทย โดยกรีซออกมาประกาศยืนยันว่ายังไม่ได้รับการชำระหนี้จากกรีซตามกำหนด และกรีซจะได้รับเงินสนับสนุนจากไอเอ็มเอฟก็ต่อเมื่อชำระหนี้ที่ค้างชำระอยู่แล้วเท่านั้น
การผิดนัดชำระหนี้ครั้งนี้ ถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสร์ของไอเอ็มเอฟ โดยโฆษกของไอเอ็มเอฟเผยว่า กรีซจะได้รับเงินทุนเพิ่มเติมจากไอเอ็มเอฟก็ต่อเมื่อเคลียร์หนี้ค้างชำระแล้วเท่านั้น
ความพยายามเฮือกสุดท้ายของกรีซในการกู้ชีพข้อตกลงช่วยเหลือทางการเงินกับสหภาพยุโรปไม่ประสบผลสำเร็จ หลังกรีซร้องขอเงินกู้ก้อนใหม่ 30,000 ล้านยูโร (ราว 1.13 ล้านล้านบาท) จากกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป หรือ ESM เพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ในช่วง 2 ปีนี้ พร้อมกับขอปรับโครงสร้างหนี้ แต่ล่าสุด รัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนได้ปฏิเสธคำร้องดังกล่าว
แม้สุดท้ายจะเป็นไปตามคาดหมายที่กรีซไม่สามารถจ่ายหนี้คืนแก่ไอเอ็มเอฟได้ แต่สหภาพยุโรปก็ยังพร้อมจะหาทางออกให้แก่กรีซ โดยคณะรัฐมนตรีคลังยูโรโซนจะประชุมกันในวันนี้ เพื่อหารือคำร้องขอเงินกู้ยืมล่าสุดของนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ซึ่งผลก็คือ ดึงทุกฝ่ายคืนสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง
ส่วนบรรยากาศในกรุงเอเธนส์ ประชาชนเริ่มมีความเห็นแตกแยกเกี่ยวกับการลงประชามติตัดสินชะตาประเทศในวันอาทิตย์นี้ โดยประชาชนนับพันคนได้ออกมาชุมนุมใหญ่หน้าอาคารรัฐสภา เรียกร้องให้กรีซอยู่ในยูโรโซนต่อไป และขอให้ยอมรับข้อเสนอให้ความช่วยเหลือของกลุ่มเจ้าหนี้ นอกจากนี้ ประชาชนยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลเรียกร้องให้โหวตโนในการทำประชามติ ส่วนชาวกรีซที่สนับสนุนรัฐบาลโทษเจ้าหนี้ว่าบีบคั้นให้กรีซตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลายปีจากการสั่งให้ตัดลดค่าใช้จ่ายอย่างรุนแรง