ผลพวงของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจในหลายประเทศต้องหยุดชะงักลงโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่าง บางกิจการต้องปิดตัวลง หรือ เลิกจ้างพนักงานแบบกระทันหัน จนภาครัฐได้ออกมาตรการเยียวยาอย่างเร่งด่วน
ไทม์ไลน์ 2 แม่ค้ากทม.ติดโควิด -19 ค้ากุ้งในตลาดย่านคลองสามวา ผลสอบหญิงสูงวัยเผยพฤติกรรมรับเชื้อ
กทม.ขอให้งดจัดปีใหม่ คุมเข้ม 'สถานบันเทิง สนามมวย' หวั่นเกิดซุปเปอร์สเปรดเดอร์ ลุยตรวจตลาด 472 แห่ง
ประเทศไทย โดยรัฐบาลประยุทธ์ ได้ออกมาตรการหลายๆโครงการที่เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น
ไม่ต้องลงทะเบียน !! เพียงถือบัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รับเงินเยียวยา 3,000 บาท
1.โครงการช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากโครงการของภาครัฐในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (พ.ค. – ก.ค. 63) ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ
วิธีลงทะเบียน www.เราไม่ทิ้งกัน.com รับเงินเยียวยา 5,000 บาท
2.โครงการ “เราไม่ทิ้งกัน”
กระทรวงการคลัง ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ลงทะเบียนโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” โดยได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน โครงการนี้กลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้น เมื่อประชาชน แห่กันลงทะเบียนจนระบบล่ม และ หลายคนไม่สามารถลงทะเบียนได้เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์จนมีการชุมนุมเรียกร้องที่กระทรวงการคลัง จนต้องมีเปิดให้ลงทะเบียนในรอบเก็บตก
ผู้ประกันตนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ไร้การเยียวยา
3.โครงการเยียวยา เหลือเกษตรกร
โดยเพิ่มกลุ่มเป้าหมายเกษตรกร รวมถึงเกษตรกรที่ด้อยโอกาสและยังไม่สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร และต้องเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 และผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับสวัสดิการและมาตรการต่าง ๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาจากผลกระทบของโรคโควิด-19 แล้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวอย่างเท่าเทียม
ตรวจสอบสิทธิ์ "เยียวยาเกษตรกร" เปิดยื่นอุทธรณ์ถึง 5 มิ.ย. 63
โครงการก็กลายเป็นดราม่าเช่นกันเมื่อมีข้าราชการจำนวนประมาณ 9.1 หมื่นคน ที่ประกอบอาชีพเสริม ทำการเกษตร สามารถได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล จนกระทรวงเกษตรฯต้องหาต้องหารือกับกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งผลการหารือกันได้ข้อสรุปตรงกันว่า กลุ่มข้าราชการทำการเกษตรจำนวน 9.1 หมื่นคน ไม่สมควรที่จะได้เงินเยียวยา
4.โครงการเยียวยา กลุ่มผู้เปราะบาง
กลุ่มผู้เปราะบางต้องเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากมาตรการอื่นของรัฐ และไม่ซ้ำซ้อนกับระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิการของภาครัฐ จะได้รับเงินเยียวยารายละ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน เพิ่มเติมจากเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงเด็กแรกเกิด เบี้ยความพิการ และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
เฮ! ครม.ให้เพิ่ม เยียวยาโควิด 4 โครงการ กลุ่มตกหล่น บัตรสวัสดิการรัฐ กลุ่มเปราะบาง เยียวยาเกษตรกร
5.มาตรการช่วยลดค่าไฟฟ้าช่วยประชาชนช่วงโควิด-19
โดยช่วยลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนรวมเป็นเงิน 26,612 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.มาตรการเงินลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชน 3% รวมเป็นวงเงิน 4,949 ล้านบาท 2.มาตรการไฟฟ้าฟรี 90 หน่วย รวมเป็นเงิน 604 ล้านบาท 3.เงินลดค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยโดยให้ใช้ไฟฟ้าฟรี 3 เดือน รวมเป็นเงิน 20,845 ล้านบาท และ4.มาตรการลดค่า Minimum Charge หรือการยกเว้นการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าต่ำสุดกับผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและโรงแรม เป็นต้น รวมเป็นเงิน 214 ล้านบาท
เปิดวิธีลงทะเบียน เราเที่ยวด้วยกัน เริ่ม 15 ก.ค. 63
6.โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน-กำลังใจ”
หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายเริ่มมีการผ่อนปรนให้สามารถเดินทางไปจังหวัดได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอโครงการเพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว โดยให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนโดยรัฐบาลช่วยเหลือค่าโรงแรม และใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตัง เปิดโอกาสผู้ประกอบการโรงแรม โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ได้เข้าร่วมโครงการด้วย
นอกจากนี้ยังไม่ โครงการกำลังใจ จัดทำขึ้นเพื่อขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เที่ยวในประเทศ 2 วัน 1 คืน คนละไม่เกิน 2,000 บาท
ททท. พบโรงแรม-ร้านค้ากว่า 500 แห่ง โกง "เราเที่ยวด้วยกัน”
โครงการเราเที่ยวด้วยกันมีประชาชนเข้าไปลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก แต่กลับพบผู้ประกอบการด้านที่พัก หลายแห่งกระทำการเข้าข่ายทุจริตมีพฤติกรรมน่าสงสัย จนรัฐบาลต้องเลื่อนเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 2 ออกไปก่อน จากเดิมจะเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 16 ธ.ค. 2563 และมีการตรวจสอบ โรงแรม ที่พัก และ ร้านอาหาร ที่เข้าข่ายทุจริต
ลงทะเบียน “คนละครึ่ง” เต็มแล้ว 10 ล้านคน
7. โครงการ “คนละครึ่ง”
หลังจากโควิด-19 เริ่มคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองฝ่ายรัฐบาลเริ่มระส่ำมีความขัดแย้งกันภายในพรรคพลังประชารัฐ จนต้องมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจยกชุด หลังจากได้ทีมเศรษบกิจชุดใหม่เข้ามาก็มีการเสนอมาตรการช่วยประชาชน และ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานล่าง หลังจากหลายๆโครงการก่อนหน้านี้ถูกโจมตีว่าเอื้อทุนขนาดใหญ่ ครม.จึงมีการตั้งโครงการ “คนละครึ่ง” ขึ้นมา โดยแจกเงิน 3,000 บาท ให้ประชาชนทั่วไป จำนวน 10 ล้านคน แต่ภาครัฐจะร่วมจ่ายร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน
โครงการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จประชาชนในทุกระดับสามารถเข้าถึง ในช่วงแรกประชาชนทยอยกันลงทะเบียนจนครบ 10 ล้าน เมื่อหลายคนสามารถเข้าถึงโครงการก็มีการบอกต่อๆกันว่าสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายรายวันได้ และ ทางร้านค้าก็ให้ความร่วมมือและสนับสนุน แต่หลังจากมีการตรวจสอบจนมีการตัดสิทธิ์บุคคลที่ลงทะเบียนไม่ครบ และ ไม่ถูกต้อง หรือ คนลงทะเบียนแล้วไม่ใช้สิทธิ์ตามวันเวลาที่กำหนด ภาครัฐก็ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนรอบเก็บตก ประชาชนก็แห่กันลงทะเบียนจนครบสิทธิภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง
'ดีแทค'เคาะแล้ว ชดเชยไม่เกิน 3,500 บาท มีให้เลือก พลาด 'คนละครึ่ง' รอรับ SMS แนะผู้ใช้เก็บหลักฐาน
ต่อมารัฐบาล ได้ขยายโครงการ“คนละครึ่ง” เฟส 2 จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ โดยประชาชนต่างแห่กันลงทะเบียนตั้งแต่เช้า ครั้งนี้กลับมีปัญหากับผู้ใช้บริการเมือถือของเครือข่าย ดีแทค ที่ระบบไม่ส่งรหัส OTP มาให้ทำผู้ที่ใช้มือถือ ดีแทค ไม่สามารถลงทะเบียนได้ จนมีหลายต้องประกาศจะย้ายเครือข่ายมือถือ ทำให้ผู้ประกอบการดีแทคต้องออกมาตรการเยียวยา