วันนี้ ( 2 ก.ค. 58 ) นายรัฐกร วรุณสุขะศิริ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง เปิดเผยว่า ศูนย์ฝนหลวงพิเศษนครสวรรค์ ได้ประเมินสภาพอากาศ ความชื้น และปัจจัยเกื้อหนุนต่างๆ แล้ว พบว่าเอื้อต่อการขึ้นทำการบินอีก 3-5 วัน ติดต่อกัน ซึ่งจะสามารถบรรเทาภัยแล้ง ให้กับพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่การเกษตรในภาคกลางได้ โดยได้ออกบินทำฝนเทียม 2 ครั้ง ใช้เครื่องบิน 9 ลำ ปฏิบัติการทางฝั่งตะวันตกตั้งแต่เขตป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ไปจนถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี ซึ่งทำให้ฝนตกลงมาหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ ซึ่งในฐานะหน่วยปฏิบัติการแล้วถือว่าเป็นที่น่าพอใจ
ทั้งนี้สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.สกลนคร ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนสถานศึกษาต่างๆ โดยที่โรงเรียนบ้านป่าหว้าน อ.เมือง จ.สกลนคร มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 1-6 จำนวน 170 คน กำลังขาดแคลนน้ำดื่มกิน เนื่องจากบ่อผลิตน้ำประปาในพื้นที่ 5 ไร่ของหมู่บ้าน น้ำแห้งขอดจนถึงก้นบ่อ ซึ่งจะใช้ได้ไม่เกิน 7 วัน ขณะที่ถังน้ำสำรองของโรงเรียนจำนวน 12,000 ลิตร จำนวน 6 ถัง ไม่มีน้ำแล้ว ส่งผลให้โรงเรียนไม่มีน้ำผลิตน้ำเย็นให้นักเรียนดื่ม และไม่มีน้ำหุงข้าวประกอบอาหารมื้อกลางวัน ขณะที่ประปาของหมู่บ้านไหลค่อย ไม่สะอาด หรือ บางวันไม่ไหลเลย ทำให้ต้องซื้อน้ำถัง ถังละ 10 บาท วันละ 20 ถัง สำรองมาไว้ ส่งผลกระทบต่อรายจ่ายในการซื้อวัตถุดิบทำอาหารของโรงเรียน
ส่วนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกสถานีเร่งหามาตรการในการกวดขัดจับกุมมิจฉาชีพ โดยเฉพาะปัญหาการลักทรัพย์ เครื่องมือทางการเกษตร รวมไปถึงป้องกันการก่ออาชญากรรม เนื่องจากสถิติในห้วงเดียวกันสูงกว่าปกติ ที่ถือเป็นดัชนีชี้วัดปัญหาของคนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จากปัญหาภาวะความแห้งแล้งฝนทิ้งช่วง จะทำให้คดีเกิดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตำรวจจะต้องเฝ้าระวัง และประชาชนเองจะต้องระมัดระวังในการเก็บเครื่องมือเครื่องใช้