วันนี้ (5 ก.ค. 58) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าที่ประชุมประจำปีของคณะกรรมการมรดกโลก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 39 ที่เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี ได้พิจารณาและประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งใหม่ประจำปีนี้ โดยประกาศไปแล้วทั้งสิ้น 15 แห่ง แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 14 แห่ง และมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอีก 1 แห่ง
ทั้งนี้ ทิวเขา บ้านเรือน และโรงเก็บไวน์ ในเมืองช็องปาญน์ ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นถิ่นกำเนิดและต้นตำรับของแชมเปญ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปีนี้ด้วย เช่นเดียวกับแหล่งปลูกองุ่นและผลิตไวน์ ในแคว้นบูร์กูนดี
นอกจากแหล่งผลิตแชมเปญและไวน์ในฝรั่งเศสแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เช่น
มรดกโลกทางวัฒนธรรม
อิตาลี
- สถาปัตยกรรมอาหรับ-นอร์มัน เมืองปาแลร์โม และมหาวิหารแห่งเซฟาลู และมอนเรอาเล่
เกาหลีใต้
- เขตประวัติศาสตร์แพ็กเจ
จอร์แดน
- โบราณสถานเบธานี หรือ อัล-มักทาส (สถานที่ที่เชื่อกันว่าพระเยซูได้เข้าพิธีแบบติสท์)
เดนมาร์ก
- ชุมชนชาวคริสต์โมราเวียน ในเมืองคริสเตนฟิลด์
- พื้นที่ล่าสัตว์สมัยยุคกลาง ในนอร์ท ซีแลนด์
อิหร่าน
- หมู่บ้านเมย์แมนด์ หมู่บ้านชาวนอร์มาดิกในหุบเขาทางตอนกลางของอิหร่าน ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์
- เมืองโบราณซูซ่า
ตุรกี
- ป้อมปราการ ดียาร์บาคีร์ และสวนเฮฟเซล
มองโกเลีย
- บุรข่าน-คาลดุน ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่เกิดและฝั่งศพเจงกีสข่าน
ซาอุดิอาระเบีย
- ภาพเขียนบนศิลาในเมืองเฮล
สิงคโปร์
- สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์
จีน
- ชุมชนชาวเขาตูสี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
มรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ
จาไมก้า
- เทือกเขาบลูและจอห์น โครว์
ทั้งนี้ คณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่ได้รับการเสนอชื่อในวันนี้อีก 1 วัน ผู้ชมที่สนใจรายละเอียดของสถานที่สำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีนี้ก็เข้าไปชมได้ในเว็บไซต์ของยูเนสโก