เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา พระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทน ของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
ใจความสำคัญ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป (11 กุมภาพันธ์ 2564)
ทั้งนี้ให้ยกเลิก วรรคสามของมาตรา 14 แห่งพระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน อาทิ
แก้ไขเพิ่ม โดยเพิ่่มเงินค่าศพแก่ผู้จัดการศพตามลำดับชั้น จาก เดิม 20,000 บาท เป็น 25,000 บาท
เพ่ิ่มเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตจาก 3,000 บาท เป็น 8,000
ในกรณีที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 8 (มาตรา 8 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเดือนละ300บาทฯลฯ) ถึงแก่ความตาย ให้จ่ายเงินซึ่งเป็น ประโยชน์ทดแทนในกรณีตายโดยจ่ายเป็นเงินค่าทำศพในอัตรา50,000 บาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลา สิบสองเดือนก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน ” จากเดิมให้ 40,000 บาท
ทั้งนี้เหตุผลที่ปรับแก้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว - เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน โดยเพิ่มอัตรา การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีที่ผู้ประกันตนซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึงแก่ความตาย เพื่อให้บุคคลผู้มีสิทธิตามมาตรา 14 วรรคสาม และมาตรา 17 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561 ได้รับ เงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์อันเป็นประโยชน์ทดแทนในกรณีดังกล่าวในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับ สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้