​ทนายจำเลยคดีเกาะเต่าร้องศาลตรวจดีเอ็นเอซ้ำ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




พนักงานสอบสวนยังไม่อาจแสดงวัตถุพยานที่ใช้มัดตัว 2 จำเลยชาวเมียนมาร์ต่อศาลได้ ขณะที่ทนายจำเลยเตรียมร้องศาลวันนี้ให้สั่งตรวจหลักฐานดีเอ็นเอซ้ำอีกรอบ


วันนี้ (10 ก.ค. 58) หลังจากที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้เริ่มสืบพยานโจทก์ในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ นางสาวฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ อายุ 23 ปี กับ นายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี เหตุเกิดเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว บนเกาะเต่า อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีจำเลยเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ 2 คน ซึ่งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหามาตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน


การสืบพยานโจทก์นัดแรกดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถชี้แจงต่อศาลได้ว่ามีวัตถุพยานอะไรบ้างในคดี ทำให้พนักงานอัยการต้องขอให้ผู้พิพากษาระงับการสืบพยานปากนี้ไว้ก่อน โดยหลักฐานสำคัญที่ถูกนำมาใช้ยืนยันการกระทำผิดของจำเลยชาวเมียนมาร์ทั้งสองราย คือ ดีเอ็นเอที่ถูกพบบนก้นบุหรี่และถุงยางอนามัยที่ถูกทิ้งใกล้กลับจุดเกิดเหตุ เทียบกับดีเอ็นเอบนร่างผู้ตาย


แต่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนึ่งในพนักงานสอบสวนที่ขึ้นให้การต่อศาล กล่าวกับทีมทนายจำเลยนอกห้องพิจารณาคดีว่า ดีเอ็นเอบนบุหรี่หมดไปแล้ว และตัวอย่างดีเอ็นเอที่เก็บจากร่างผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของเขา แต่ถูกเก็บอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งการตรวจพิสูจน์ซ้ำดีเอ็นเอเป็นความพยายามของทนายฝ่ายจำเลยที่เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลในวันนี้ เพื่อให้ศาลสั่งตรวจสอบ


ส่วนพยานโจทก์อีก 4 ปากที่พนักงานอัยการนำขึ้นเบิกความ คือ นายโอ ชาวเมียนมาร์ คนสวนในบังกะโลอินทัช ใกล้จุดเกิดเหตุ นายสตีเฟน มิสเชล ชาวต่างชาติไม่ทราบสัญชาติ ทำงานบนเกาะเต่า นายพุฒิพล โชติช่วง และ นางสาวปรัชญา ศรีอ่อน แต่ระหว่างการเบิกความ โดยเฉพาะพยานชาวเมียนมาร์ ปรากฏว่าเกิดข้อติดขัดเรื่องล่ามแปลภาษา พนักงานอัยการจึงขอเลื่อนการสืบพยานออกไปก่อน และอาจมีการตัดพยานบางปากออกไป ขณะที่ นายนคร ชมภูชาติ หัวหน้าทีมทนายของจำเลยทั้ง 2 คน ได้มีการหารือกับศาล เรื่องการร้องขอตรวจหลักฐาน ซึ่งเป็นตัวอย่าง DNA ซ้ำอีกครั้ง


ล่าสุดพลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของสื่อมวลชนต่างชาติ เพราะจากการสอบถามกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 บอกว่า ดีเอ็นเอทั้งหมดที่เก็บได้ในวันเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้ส่งให้สถาบันนิติเวช และพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ซึ่งผลการตรวจได้ส่งให้กับพนักงานสอบสวนนำเข้าไปประกอบสำนวนเพื่อใช้เป็นหลักฐานสู้คดีในชั้นศาลแล้ว ยืนยันว่าผลตรวจดีเอ็นเอไม่ได้หาย


ส่วนที่ทนายความร้องขอหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอให้หน่วยงานอื่นตรวจสอบซึ่งเป็นการร้องขอระหว่างนำสืบพยานในชั้นศาล แล้วพนักงานสอบสวนแถลงต่อศาลว่าไม่ได้เก็บหลักฐานดังกล่าวไว้ พลตำรวจเอกสมยศ บอกว่า พนักงานสอบสวนจะต้องแถลงกับศาลเช่นนั้นอยู่แล้ว เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่มีหน้าที่เก็บหลักฐานไว้ มีเพียงผลตรวจที่ได้รับจากนิติเวชเพื่อนำมาประกอบสำนวนเท่านั้น แต่หากทนายจะต้องการผลตรวจดีเอ็นเอทั้งหมดก็จะต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาคำร้องและสั่งให้ตำรวจดำเนินการ


พลตำรวจเอกสมยศยังบอกอีกว่า หลักฐานการต่อสู้คดีไม่ใช่แค่เพียงดีเอ็นเอเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยพยานแวดล้อม รวมทั้งหลักฐานอื่นๆในที่เกิดเหตุ ที่จะนำมาประกอบสำนวนต่อสู้ในชั้นศาล


TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ