จากการที่เกษตรกรยังคงสูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจคำร้องขอของรัฐบาล เพราะพืชผลที่ลงทุนลงแรงทำไปแล้วจะต้องตายหมดอย่างแน่นอนหากหยุดสูบน้ำ
หากพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันจะเห็นว่ามีทั้งพื้นที่ที่ต้องใช้ทหารไปควบคุมการสูบน้ำและพื้นที่ที่เกษตรกรยังคงเร่งสูบน้ำ ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงจัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงที่จะบริหารจัดการน้ำไม่ได้
ทีมข่าว PPTV HD สรุปได้ว่า ณ เวลานี้รัฐจำเป็นต้องยอมเสีสละภาคกรเกษตรเพื่อรักษาชีวิตซึ่งก็คือ "น้ำกินน้ำใช้" ข้อนี้รัฐพยายามอธิบายว่าไม่ใช่ชีวิตของคนเมืองเท่านั้น แต่การรักษาน้ำเพื่อผลิตประปาหมายถึง "ชีวิตของคนทั้งหมด"
วันนี้ (15 ก.ค. 58) ที่ประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสำนักงานชลประทาน 5 เขตที่เป็นจุดเสี่ยง ซึ่งประชุมยาวกว่า 2 ชม. ได้สรุปปัญหาว่า "เกษตรกรไม่ยอมรับการห้ามสูบน้ำ"
ปัญหาคือเกษตรกรลงทุนปลูกข้าวไปแล้วจากกำหนดนัดหมายที่ชลประทานบอกไว้ก่อนจะเจอภัยแล้ง และเมื่อแล้งก็มีเงินที่จ่ายเพิ่มไปกับการสูบน้ำ ขุดบ่อ จึงเป็นเรื่องยากที่จะบอกให้หยุดสูบน้ำในวันนี้ โดยเฉพาะเมื่อในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (14 ก.ค. 58) ยังไม่ได้กำหนดมาตรการเยียวยาความเสียหายของภาคเกษตรและไม่ได้บอกว่าการห้ามสูบน้ำเป็นคำสั่ง
นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยูธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ บอกว่า เรื่องเร่งด่วนเวลานี้คือต้องประเมินพื้นที่เสี่ยงที่จะมีการสูบน้ำ
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าข้อมูลที่ถูกใช้อ้างอิงเป็นชุดความคิดว่าในช่วงภัยแล้งต้องขอความร่วมมืองดการใช้น้ำในภาคเกษตรไปก่อนเพราะจะช่วยลดการใช้น้ำได้มากที่สุด แต่ล่าสุดเกษตรกร จ.ลพบุรี ร้องถามหาความเป็นธรรม ขณะที่กลุ่มนักวิชาการเสนอให้คนเมืองที่ใช้น้ำประปาเยอะช่วยแบ่งเบาวิกฤตนี้ด้วยการประหยัดน้ำ