​ย้อนรอย 1 ปี วินาศกรรม MH17 ความสูญเสียที่ไม่มีวันลืม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




1 ปีผ่านไปแล้ว หลังจากเหตุเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH17 เดินทางจากเนเธอร์แลนด์ มุ่งหน้าสู่มาเลเซีย ประสบเหตุตกขณะบินเหนือน่านฟ้าแคว้นโดเนตสก์ทางตะวันออกของประเทศยูเครน บรรดาครอบครัวของลูกเรือและผู้โดยสารที่เสียชีวิตทั้ง 298 คน ยังคงรอคอยคำตอบว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้


1 ปีผ่านไปแล้ว หลังจากเหตุเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH17 เดินทางจากเนเธอร์แลนด์ มุ่งหน้าสู่มาเลเซีย ประสบเหตุตกขณะบินเหนือน่านฟ้าแคว้นโดเนตสก์ทางตะวันออกของประเทศยูเครน บรรดาครอบครัวของลูกเรือและผู้โดยสารที่เสียชีวิตทั้ง 298 คน ยังคงรอคอยคำตอบว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้


กระบวนการสืบสวนได้เริ่มต้นขึ้นหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวผ่านไป 6 วัน โดยทีมสืบสวนนานาชาติต้องเจอกับอุปสรรคในการเข้าไปเก็บหลักฐานและค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ เนื่องจากขณะนั้นยังมีสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้นำโลกได้ร่วมกันกดดันให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย สั่งการให้กลุ่มกบฏฝักใฝ่รัสเซีย เปิดทางให้ทีมนานาชาติเข้าไปสอบสวนยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับความร่วมมือ จนสามารถขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งใส่ตู้รถไฟแช่แข็งออกจากจุดเกิดเหตุได้ ก่อนที่ทางการเนเธอร์แลนด์จะส่งเครื่องบินไปลำเลียงศพกลับมาประกอบพิธีในเวลาต่อมา


จนในเดือนกันยายน ทีมสืบสวนนานาชาติได้ออกรายงานเบื้องต้นสรุปว่า เครื่องบินโดยสารสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH17 ถูก "ทำลาย" ด้วย "วัตถุพลังงานสูง" ขณะที่รายงานฉบับสมบูรณ์มีกำหนดจะเผยแพร่ในเดือนตุลาคมนี้


ทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศได้มีการเปิดเผยข้อมูลจากรายงานฉบับร่างจำนวนหลายร้อยหน้า ซึ่งได้มีการส่งให้หลายหน่วยงานตรวจสอบ โดยระบุถึงผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ว่า MH17 ถูกยิงตกด้วยขีปนาวุธบุค ซึ่งเป็นมิสไซล์ประเภทยิงจากพื้นดินสู่อากาศของรัสเซีย โดยถูกยิงขึ้นจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ครอบครองของกลุ่มกบฏฝักใฝ่รัสเซีย ซึ่งสอดคล้องกับข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา และยูเครน ที่เชื่อว่า MH17 ถูกยิงตกด้วยจรวดมิสไซล์


นอกจากนี้ รายงานฉบับร่างดังกล่าวยังได้รวบรวมข้อมูลลำดับเหตุการณ์โดยละเอียด วิถีขีปนาวุธ บริเวณที่ขีปนาวุธถูกยิงขึ้น และกลุ่มใดที่เป็นฝ่ายปกครองบริเวณดังกล่าว รวมทั้งตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ที่ไม่ตระหนักถึงคำแจ้งเตือนเกี่ยวกับการบินผ่านเขตที่มีความขัดแย้งทางตะวันออกของยูเครน


ทั้งนี้ 5 ประเทศ ที่ร่วมทำการสืบสวนกรณี MH17 ได้แก่ มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เบลเยียม และยูเครน ได้เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติตั้งคณะตุลาการไต่สวนเพื่อเอาผิดผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุวินาศกรรมเที่ยวบิน MH17 และขอให้มีการโหวตลงคะแนนเสียงในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้


อย่างไรก็ตาม รัสเซีย ซึ่งยืนกรานว่าไม่เคยส่งขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานดังกล่าวให้กลุ่มกบฏนั้น ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะตุลาการไต่สวน โดยรัสเซียซึ่งมีฐานะเป็น 1 ใน 5 สมาชิกถาวรของคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีอำนาจที่จะยับยั้ง หรือปฏิเสธมติต่างๆได้ จึงมีโอกาสที่ข้อเรียกร้องดังกล่าวอาจไม่ประสบผลสำเร็จ

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ