พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังตรวจสอบการให้บริการบริเวณจุดเช็คอินท่าอากาศยานดอนเมือง จากที่ได้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น ว่าการการตรวจสัมภาระทุกชิ้นผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ทำให้เกิดความล่าช้าจริงจึงมีความพยายามแก้ปัญหา ซึ่งเบื้องต้นได้ประชุมร่วมกันระหว่าง บ.ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และตัวแทนจากกรมการบินพลเรือน ซึ่งได้ปรับเป็นการตรวจเอ็กซเรย์เฉพาะสัมภาระที่จะนำลงใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น ซึ่งก่อนนำเข้าเก็บใต้ท้องเครื่องจะต้องไม่มีรอยแกะสติ๊กเกอร์ หากพบว่าสติ๊กเกอร์ชำรุดหรือฉีกขาดต้องสแกนสัมภาระใหม่
ขณะที่พื้นที่เช็กอินที่อากาศยานดอนเมืองซึ่งยังมีความเสี่ยงของผู้โดยสารที่จะนำสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในกระเป๋าที่ผ่านการเอ็กซเรย์แล้ว ได้ปรับมาตรการด้วยการเพิ่มเจ้าหน้าที่จำนวน 32 คน ทำการเฝ้าระวังพฤติกรรมของผู้โดยสาร
ทั้งนี้ หลังจากปรับมาตรการใหม่แล้วคาดว่าจะแก้ปัญหาความล่าช้าได้ โดยยืนยันว่าการกลับไปใช้มาตรการตรวจกระเป๋าแบบเดิมจะไม่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานด้านความปลอดภัยเนื่องจากไม่ได้ลดความเข้มงวดในการตรวจตรา เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนวิธีการบริหาร นอกจากนี้ได้มอบหมายให้กรมการบินพลเรือน ทอท. ดอนเมือง และสุวรรณภูมิเพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม กรณีที่อินโดนีเซียห้ามไม่ให้สายการบินของไทยที่มีเที่ยวบินประจำเพิ่มเที่ยวบินหรือมีการเปลี่ยนแปลงนั้น ยังไม่มีผลกระทบใดๆ เนื่องจากสายการบินไทยไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินหรือขอเพิ่มเส้นทางบิน ขณะที่เที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำจากไทยไปอินโดนีเซียนั้นยังไม่มีการให้บริการ