เปิดปูม "หะยี สะมะแอ ท่าน้ำ"อดีตแกนนำขบวนการพูโล(มีคลิป)


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ไปทำความรู้จักกับ ​"​หะยีสะมะแอ" ท่าน้ำ หรือ "นายมะแอ สะอะ" อดีตแกนนำขบวนการพูโลวัย 63 ปี​ ที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ ฮิจเราะห์ศักราช 1436 พอดี ซึ่งนับเป็นจังหวะก้าวสำคัญอีกครั้งหนึ่งของหน่วยงานภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้



แม้ทางการจะอ้างเหตุผลเรื่อง "การพักการลงโทษ" แต่เมื่อพลิกดูหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ จะพบว่าหากพิจารณาตามเกณฑ์อายุที่ระบุชัดว่าผู้ต้องขังที่จะได้รับโอกาสพักการลงโทษ ต้องมีอายุเกินกว่า 70 ปี หรือมีอาการป่วยเรื้อรังแล้ว ซึ่งขณะนี้ต้องถือว่า หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ ยังมีอายุไม่ถึงเกณฑ์และหากพิจารณาเงื่อนไขคุณสมบัติอื่นๆ นักโทษเด็ดขาด ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว หากเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 3 ถ้าเป็นนักโทษชั้นดีมาก ต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 4 หากเป็นนักโทษชั้นดี ต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 5 แต่"หะยีสะมแอ" เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม และเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 3 เพราะเขาถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีกบฏแบ่งแยกราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี 2540 ติดคุกมาแล้ว 18 ปี โดยเมื่อปี 2554 ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ภายหลังได้รับการลดโทษเหลือ 27 ปี 8 เดือน จึงถือว่าเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 3 แล้ว

ส่วนไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ นามสกุล หะยีสะมะแอ เขาไม่่ได้ใช้นามสกุลว่า "ท่าน้ำ" แต่เป็นภูมิลำเนาของเขาที่บ้านท่าน้ำ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยแกนนำขบวนการพูโลในยุคของเขาหลายคนก็มาจากบ้านท่าน้ำเช่นเดียวกัน และพื้นที่ปะนาเระก็ยังจัดเป็นพื้นที่สีแดงที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อย่าง ในอดีตกลุ่มพูโลยังใช้ชื่อขบวนการเต็มๆว่า "องค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี" (pattani liberation Organization) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 47 ปีที่แล้ว ในขณะนั้นเน้นการปลุกระดมมวลชนผุ้นำท้องถิ่นเป็นเป้าหมาย และใน 39 ปีก่อน พูโลไม่ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์





ทั้งนี้กรณี "หะยีสะมะแอ" ท่าน้ำ นี่ก็นับว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางการตัดสินใจปล่อยตัวอดีตแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพราะ หะยีบือโด เบตง ซึ่งถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเช่นเดียวกับ หะยีสะมะแอ ก็ได้รับการปล่อยตัวไปก่อนแล้วเมื่อปลายปี 2556 ซึ่งเขาอายุได้ 74 ปี ทว่าการเลือกปล่อยตัวอดีตหัวหน้าขบวนการพูโลจากบ้านท่าน้ำ ในวันฮารีรายอ ก็ต้องยอมรับว่าฝ่ายรัฐเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะและสร้างสัญลักษณ์แห่งสันติภาพที่ยึดโยงวิถีวัฒนธรรมของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากฮารีรายอนับเป็นวันดีของพี่น้องมุสลิม สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงสร้างความรู้สึก "ดี" เพิ่มเป็น 2 เท่า

ที่สำคัญเป็นการแสดงความจริงใจของรัฐบาลไทยต่อกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ซึ่ง "หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ" ก็ต้องจัดว่าเป็นหนึ่งในผู้เห็นต่างที่เลือกเส้นทางต่อสู้โดยใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่รัฐไทยมานานหลายสิบปีก่อนถูกจับกุม "หะยีสะมะแอ" ถูกจับกุมในห้วงเวลาใกล้เคียงกับแกนนำคนอื่นๆ ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่มี พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน ช่วงที่มีการจับกุมมีข่าวว่าหะยีสะมะแอ และแกนนำคนอื่นๆ จะไม่ถูกคุมขัง แต่แล้วเขาและพวกกลับถูกดำเนินคดีในข้อหาฉกรรจ์ ต้องติดคุกยาวนานถึง 18 ปี ทำให้กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐกลุ่มอื่นๆ ปลุกกระแสความไม่จริงใจของรัฐไทยที่กระทำต่อผู้เห็นต่างในจดหมายที่ "หะยีสะมะแอ" เคยเขียนบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตหลังกำแพงคุก ทำให้ทราบว่าเขามีบทบาทในการเจรจากับตัวแทนรัฐบาลไทยหลายครั้ง

โดยเฉพาะในห้วงปี 2536-2537 ทั้งยังพยายามเกลี้ยกล่อมกลุ่มเคลื่อนไหวกลุ่มอื่นๆ ที่คัดค้านการเจรจา ให้หันหน้าเข้ามาพูดคุยกับรัฐบาลไทยด้วย แต่เมื่อเขาถูกจับและถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหนักซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ทำให้มีการสร้างกระแสว่าเขาถูกหลอก และการพูดคุยเจรจาก็เงียบหายไปนานกระทั่งมาเกิดขึ้นอีกครั้งในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ล่าสุดกลุ่มพูโลยังมีความขัดแย้งภายในแตกออกเป็นสองกลุ่ม เป็นทั้งกลุ่มพลูโลเก่าและพลูโลใหม่

ส่วนในจดหมายที่ "หะยีสะมะแอ" เคยเขียนบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตหลังกำแพงคุก ทำให้ทราบว่าเขามีบทบาทในการเจรจากับตัวแทนรัฐบาลไทยหลายครั้ง โดยเฉพาะในห้วงปี 2536-2537 ทั้งยังพยายามเกลี้ยกล่อมกลุ่มเคลื่อนไหวกลุ่มอื่นๆ ที่คัดค้านการเจรจา ให้หันหน้าเข้ามาพูดคุยกับรัฐบาลไทยด้วย แต่เมื่อเขาถูกจับและถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหนักซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ทำให้มีการสร้างกระแสว่าเขาถูกหลอก และการพูดคุยเจรจาก็เงียบหายไปนานกระทั่งมาเกิดขึ้นอีกครั้งในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลชุดปัจจุบัน

การปล่อยตัว "หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ" ในวันฮารีรายอ จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์และการส่งสัญญาณถึงการพูดคุยเพื่อสันติสุขรอบใหม่ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยที่มี พลเอกอักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้า กับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่มที่ใช้ชื่อองค์กรร่วมกันว่า "มารา ปาตานี" โดย 3 ใน 6 คือกลุ่มพูโลที่มีความสัมพันธ์กับหะยีสะมะแอ ท่าน้ำ ด้วยการปล่อยตัว "หะยีสะมะแอ" จึงเป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมให้เอื้อต่อการพูดคุย อันเป็นหนึ่งในแนวนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่หน่วยงานความมั่นคงยึดถือเป็น "คัมภีร์" ในการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหากจะกล่าวว่ากลุ่มพูโลจะปิดฉากลงไปเลยอย่างเดียวก็ไม่ใช แต่ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม พูโลดีเอสพีพี พูโลพีโฟ พูโลเอ็มเคที


ทั้งนี้ แม้แกนนำระดับอาวุโสอย่าง "หะยีบือโด เบตง" หรือ "หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ" จะไม่ได้มีอิทธิพลทางตรงต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกต่อไปแล้วเพราะปัจจุบันเป็นกลุ่มอื่นๆ แต่การให้อิสรภาพย่อมเป็นสัญญาณแจ่มชัดที่ส่งไปถึงกลุ่มนักต่อสู้ทั้งหลาย รวมทั้งนานาชาติว่า รัฐไทย "ไม่ติดใจ" ใดๆ กับผู้ที่คิดเห็นแตกต่าง หรือแม้กระทั่งเคยจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้ ที่สำคัญรัฐไทยยังพร้อมเจรจาพูดคุยเพื่อหาทางออกกับทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ