วันนี้ ( 24 ก.ค. 58 ) นางสาวอุรชา วชิรกุลฑล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ดูแลหุ้น และมีชื่อรับโอนหุ้นจากเสี่ยชูวงษ์ ได้เดินทางพร้อมด้วยมารดาและทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำกรณีได้รับโอนหุ้น 3 ตัวจากนายชูวงษ์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท โดย นางสาวอุรชา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนยอมรับว่าคบหากับเสี่ยชูวงษ์จริงตามที่เป็นข่าว
มีประเด็นที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ คือการโอนหุ้นของเสี่ยชูวงษ์ให้กับพริตตี้และโบรกเกอร์สาว ซึ่งมีนักกฎหมายบางคนออกมาระบุว่า หุ้นดังกล่าวอาจเป็นสินสมรส ภรรยาของนายชูวงษ์น่าจะฟ้องร้องขอให้โอนคืน หรือขอส่วนแบ่งจากหุ้นที่โอนแล้วกลับมาได้
จากการตรวจสอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1470 ระบุว่า ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา นอกจากที่ได้แยกไว้เป็นสินส่วนตัวย่อมเป็นสินสมรส
มาตรา 1476 ระบุว่า สามีและภริยาต้องจัดการสินสมรสร่วมกัน หรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีดังต่อไปนี้ วงเล็บห้า ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
จากข้อกฎหมายดังกล่าว หากนายชูวงษ์จดทะเบียนสมรสกับภรรยา และได้รับหุ้นตัวที่เป็นปัญหาหลังการสมรศ หุ้นที่โอนไปให้พริตตี้กับโบรกเกอร์สาวย่อมเป็นสินสมรส ภรรยามีสิทธิฟ้องร้องเรียกคืนหรือขอแบ่งได้
นอกจากนั้นยังมีรายงานจากกรมสรรพากรว่า กรณีพริตตี้และโบรกเกอร์สาวได้รับการโอนหุ้นจากนายชูวงษ์โดยเสน่หานั้น กรณีของพริตตี้สาวอาจไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับจากการโอนหุ้น แม้ว่าทั้ง 2 คนจะไม่มีการจดทะเบียนสมรส แต่มีข่าวว่ามีบุตรด้วยกัน จึงเข่าข่ายการให้โดยเสน่หาที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ส่วนกรณีโบรกเกอร์สาวผู้รับโอนหุ้น และไม่มีข่าวมีบุตรด้วยกัน อาจต้องเสียภาษีตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40(2) กรณีการเป็นตัวแทน หรือนายหน้า
ด้าน พลตำรวจโท ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวน พร้อมเชิญแพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์มาประมวลหลักฐานทางคดีอีกครั้ง
ภายหลังการประชุม พลตำรวจโทศรีวราห์ กล่าวว่า หลักฐาน 90 เปอร์เซ็นต์ยังมุ่งไปที่เรื่องอุบัติเหตุ แต่ก็ยังต้องรอผลสอบประเด็นข้อสงสัยที่เหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ จึงจะสรุปได้
พลตำรวจตรีธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง กล่าวว่า จากหลักฐานขณะนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่า นายชูวงษ์ จะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ยังก็ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง โดยเฉพาะการตรวจหาของแข็งที่กระแทกศีรษะนายชูวงษ์จนเสียชีวิต
ส่วนสภาพรถคันเกิดเหตุ มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ทำให้อุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยเสื่อมไปตามสภาพ จึงอาจทำให้การทำงานไม่ปกติ
พันตำรวจเอก นายแพทย์ พิสิฐ ธรรมสุริยะ แพทย์ประจำโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า สาเหตุหลักของการเสียชีวิตของนายชูวงษ์มาจากอาการบาดเจ็บทางศีรษะ และยืนยันว่าจากสภาพบาดแผลและเงื่อนเวลาในการเสียชีวิต ยังไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
ส่วนความคืบหน้าการตรวจลายมือชื่อของนายชูวงษ์ในเอกสารโอนหุ้นที่ญาติระบุว่ามีการปลอมลายเซ็นนั้น พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแหงชาติ บอกว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบลายเซ็นเสร็จแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยผลการตรวจสอบได้