ปัญหาบ้านทรุดกลายเป็นปัญหาที่พบบ่อยครั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ล่าสุดพบที่บ้านรินทอง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 9 หลัง ทรุดตัวลง จากปัญหาดินทรุด จนต้องกั้นพื้นที่ห้ามประชาชนเข้าใกล้ และน่าเป็นห่วงว่า อาจลุกลามไปดึงบ้านหลังอื่นๆทรุดตัวลงตามไปด้วย
บ้าน 9 หลัง ที่ทรุดตัวลง ในหมู่บ้านรินทอง คลองสอง ลำลูกลา ปทุมธานี มีสภาพเดียวกัน คือ พื้นดินใต้บริเวณบ้านยุบลงไป ทำให้คานไม่สามารถรับน้ำหนักบ้านได้จนทรุดตัวลง
แผงกั้นพร้อมป้ายประกาศห้ามเข้า ถูกกั้นไว้หน้าบ้าน ไม่ให้ประชาชน รวมทั้งเจ้าของบ้านเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ เพราะมีแนวโน้มว่า ตัวบ้านอาจจะทรุดลงมาเพิ่มอีก
บ้านที่ทรุดตัวลงไป อาจยัง "ดึง" บ้านหลังอื่นทรุดตามลงไปด้วย หากไม่เร่งตัดแยกบ้านที่ทรุด ออกจากบ้านหลังอื่นที่อยู่ติดกัน
นายธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาเลขาธิการวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย วิเคราะห์จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าสภาพชั้นดินบริเวณนี้ทรุดตัวจากพื้นที่เก่าเคยเป็นพื้นดินขุดที่มีความลึกกว่า 50 เมตร เมื่อโคลนดินด้านล่างทรุดตัว จึงดึงเอาตัวบ้านลงตามมาด้วย แม้ว่าเสาเข็มโครงสร้างบ้านจะมีความแข็งแรง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงดึงจากดินได้ จึงเกิดการเคลื่อนตัวทำให้บ้านพังทล่มลงมา
จากสภาพที่เห็น วิศวกรมองว่าไม่สามารถซ่อมแซมตัวบ้านที่ทรุดตัวลงไปได้อีกแล้ว จึงควรรีบรื้อบ้านทิ้ง เพราะอาจทรุดตัว หรือพังถล่มซ้ำลงมาได้อีกหากมีฝนตกลงมาทำใหดินอ่อนตัว
เจ้าของบ้าน กล่าวว่าอาศัยที่นี่มากว่า 20 ปีแล้ว เคยพบปัญหาทรุดตัวในส่วนหน้าบ้านและหลังบ้าน มากว่า 10 ปีแล้ว เพราะหน้าบ้าน และหลังบ้าน ไม่มีเสาเข็มรองรับ ต่างจากตัวบ้าน และเคยร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งแต่ปี 2554 จนกลายเป็นคดีฟ้องร้องระหว่างเจ้าขอบ้านกับเจ้าของโครงการ
ปัญหาบ้านทรุดที่พบเจอในปัจจุบันเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับเจ้าของบ้านเป็นอย่างมาก โดยเจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง คือ หากพบรอยร้าวแนวเฉียง และสามารถมองผ่านทะลุไปอีกฝั่งได้ ให้รีบแจ้งวิศวกรชำนาญการให้เข้ามาตรวจสอบโดยทันที หากปล่อยทิ้งไว้อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้