สำนักข่าว independent เปิดเผยรายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ซึ่งจัดอันดับการคอร์รัปชันของประเทศต่างๆทั่วโลกในปี 2014 โดยการแทนสีแดงซึ่งเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันมาก ไปจนถึงสีเหลืองซึ่งเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันน้อย โดยในแผนที่โลกแสดงให้เห็นว่าเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูง คือโซมาเลีย และเกาหลีเหนือ โดยได้เพียง 8 คะแนนจากที่ดีที่สุด 100 คะแนน
ทั้งนี้เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ ฟินแลนด์ และสวีเดนมีคะแนนดีที่สุดจากการตรวจสอบและรวบรวมโดยองค์กรนานาชาติที่ไม่ใช่ภาครัฐ อย่างไรก็ตามไม่มีประเทศใดที่สมบูรณ์แบบขนาดได้ 100 คะแนน หรือโปร่งใส หรือมีการคอร์รัปชันสูงสุดจนถึงได้ 0 คะแนน
สำหรับ 20 อันดับแรกในอาเซียนประเทศสิงคโปร์ติดอันดับ 7 ของโลกโดยได้คะแนน 87 คะแนน ขณะที่เอเชียมีญี่ปุ่นได้อันดับ 15 ด้วย 76 คะแนน ตามมาด้วยฮ่องกง 74 คะแนน อยู่ในอันดับ 17 สูสีกับสหรัฐฯ ที่อยู่ในอันดับเดียวกัน ส่วนประเทศไทยอยู่ในระดับสีส้มเข้ม ซึ่งมีคะแนนอยู่ที่ 30-35 คะแนน
นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยออสเตรเลียได้มีส่วนร่วม โดยอันดับของออสเตรเลียหลุดออกไปในสิบอันดับแรกถึง 11 โดยผู้เชี่ยวชาญอ้างว่ามีเรื่องอื้อฉาวจากบันทึกการพิมพ์ และการสอบสวนการคอร์รัปชันการดำเนินงานของบริษัทด้วย
ขณะที่ประเทศที่เป็นสีแดงเกิดจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เช่น บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน เม็กซิโก อินโดนีเซีย ไนจีเรีย ตุรกี นาย Jose Ugaz ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ อธิบายเกี่ยวกับรายงานว่า มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วโดยรัฐบาลปฏิเสธที่จะดำเนินการอย่างโปร่งใสและยอมรับกับการทุจริต พร้อมสร้างวัฒนธรรมไม่ต้องลงโทษหากมีการคอร์รัปชันจนทำให้เจริญเติบโตไปเรื่อยๆ
ด้านอังกฤษเองอยู่อันดับที่ 14 โดยผลลัพธ์ออกมาอย่างน่าผิดหวังทั้งที่ควรจะอยู่อันดับที่ 10 ขณะที่ซูดาน อัฟกานิสถาน ซูดานใต้ และอิรักตามมาติดๆกับโซมาเลีย และเกาหลีเหนือ เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงจนทำให้เกิดการนองเลือดจนทำให้อยู่ในอันดับต่ำ
อย่างไรก็ตามอัฟกานิสถานได้มีการปรับปรุงที่ดีขึ้นทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น 5 จุด ตั้งแต่ปี 2013 คู่ไปกับจอร์แดน มาลี สวาซิแลนด์ที่เพิ่มขึ้น 4 จุด ขณะที่โกตดิวัวร์ อียิปต์ เซนต์วินเซนต์ และเกรนาดีนยังเพิ่มขึ้น 5 จุด
ทั้งนี้สินบนและข้อเสนอการเลือกตั้งถือเป็นความเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากได้ทำลายระบบยุติธรรมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ รวมถึงทำลายความไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐบาลและผู้นำอีกด้วย
ด้านองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้เปิดตัวโครงการ "Unmask the Corrupt" เพื่อเรียกร้องให้นานาชาติและทุกคนตามรอยเหมือนเดนมาร์ก โดยอียู สหรัฐฯ และประเทศในจี 20 ได้รณรงณ์สร้างรายชื่อสาธารณะ และรายงานผู้อยู่เบื้องหลังการคอร์รัปชัน
ที่มา independent.co.uk