วันนี้ (26 ต.ค.58) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการดูแลผู้ต้องขังในคดีแอบอ้างสถาบัน ตาม ม.112 ภายในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 ว่า ได้กำชับเรื่องการดูแลผู้ต้องหาให้ดี ทั้งเรื่องของความเครียด ผลัดเปลี่ยนกำลังดูแลอย่างใกล้ชิด และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การดูแลผู้ต้องขัง ที่ปฏิบัติกันมา
ส่วนการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือ สารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาที่ผูกคอตายภายในเรือนจำชั่วคราวนั้น ต้องรอผลการชันสูตรและการรายงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบรายงานการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยการสอบสวนจะแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ ผลสอบชันสูตรจากแพทย์ว่าผู้ต้องหาเสียชีวิตโดยการกระทำตัวเองหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล โดยหากผลออกมาว่าเสียชีวิตด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ก็ไม่มีความผิด และในประเด็นที่ 2 เป็นการสอบสวนภายในองค์กรเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ กรณีปล่อยให้ผู้ต้องหาได้กระทำการโดยไม่ดูแลซึ่งจะสอบในลำดับต่อไป
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยอมรับว่าได้รับรายงานจากทางเรือนจำว่า นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง หนึ่งในผู้ต้องขัง มีอาการป่วยความดันขึ้น และก่อนหน้านี้ถูกส่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล และขณะนี้ยังคงอยู่ใน เรือนจำชั่วคราว มทบ.11
ด้าน พล.ต.ต.นายแพทย์ พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า จนถึงขณะนี่ยังไม่ได้รับการประสานจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในการนำศพของ พ.ต.ต. ปรากรม ออกมา ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง แต่หากได้รับศพมาภายในวันนี้ (26 ต.ค.58) ตัวเองก็จะเข้ามาทำหน้าที่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของทางการแพทย์ และปฏิบัติต่อศพทุกศพอย่างเท่าเทียม
ขณะที่บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจตลอดช่วงสายที่ผ่านมายังคงเปิดทำการปกติ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาปฏิบัติหน้าที่และสื่อมวลชนจากหลายสำนักที่มารอติดตามความชัดเจน
ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่ายังไม่ได้รับการประสานติดต่อจากกรมราชทัณฑ์ เพื่อส่งร่างพันตำรวจตรีปรากรม มายังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ส่วนความคืบหน้าคดีหมิ่นเบื้องสูง หากพบว่าพยานหลักฐานเกี่ยวข้องไปถึงบุคคลใดก็จะดำเนินคดีทันที