​เปิดป่าสร้างนิคม รับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Bigstory! มาตรการเยียวยาไม่ชัดเจน ปัญหาใหญ่เวนคืนที่ดินเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 จังหวัด ที่บานปลายกลายเป็นแรงต้าน ข้อยุติเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรดูเหมือนจะยังไม่มีคำตอบ

พิพาทเวนคืนที่ดินแม่สอดรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ

เกือบ 1 ปีเต็มแล้ว สำหรับความพยายามพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอาเซียน ด้วยการผลักดันนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ นับจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงนามกำหนดให้พื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 5 จังหวัด คือ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา และตราด นำร่องพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

นับจากพื้นที่เป้าหมายมีความชัดเจน แม้จะมีความพยายามทำงานผลักดันให้พื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพตอบสนองนโยบายต่อเนื่อง แต่ในทางปฏิบัติก็พบว่าในหลายขั้นตอนยังคงมีข้อติดขัดที่น่าเป็นห่วง หนึ่งในนั้น คือ ปัญหาการเวนคืนที่ดิน ที่เวลานี้บานปลายกลายเป็นแรงต้าน ในการยกระดับแม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ป้ายประท้วงต่อต้านการเวนคืนที่ดินกว่า 2,000 ไร่ ของตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถูกแขวนไว้ในที่ดินเกือบทุกแปลง ที่เป็นเป้าหมายของการเวนคืนกลับมาเป็นของภาครัฐ เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจ จังหวัดตาก

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวออกคำสั่ง ฉบับที่ 17/2558 เพิกถอนพื้นที่ป่าถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยให้เปลี่ยนสถานะที่ดินเหล่านี้เป็นที่ดินราชพัสดุในความดูแลของกรมธนารักษ์ เพื่อเตรียมรองรับอุตสาหกรรม 13 ประเภท

ชาวบ้านที่นี่เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ว่าพวกเขาไม่สามารถยอมรับคำสั่งนี้ได้ เพราะสภาพของที่ดินปัจจุบันไม่ใช่ที่ดินรกร้างอย่างที่นายกรัฐมนตรีได้รับรายงาน

ในช่วงหลายเดือนมานี้ ชาวบ้านที่นี่ได้เดินสายร้องขอความเป็นธรรมเรื่องนี้กับหน่วยงานต่างๆจำนวนมาก ทั้งหน่วยงานราชการและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนทั้งความเป็นไปได้ของข้อเรียกร้องสูงสุด คือเพิกถอนคำสั่งเวนคืนที่ดิน รวมถึงมาตรการเยียวยา หากจะต้องสูญเสียที่ดินที่เคยใช้เป็นที่ทำกินไป

คัดค้านเวนคืนที่ดินชุมชน พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด

นอกจากความชัดเจนเหล่านี้ สาเหตุที่ชาวบ้านยังไม่ยอมรับการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เกิดขึ้นจากความเข้าใจว่า มีการรายงานข้อมูลเท็จต่อนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะสภาพพื้นที่จริง ที่นอกจากจะไม่มีสภาพเป็นป่ารกร้าง ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนและที่ทำกินของชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 100 หลังคาเรือน

นางเพ็ญ วงศ์กาด พาทีมข่าว PPTV สำรวจที่ดินแปลงนี้ เพื่อยืนยันสภาพของพื้นที่ว่าไม่ใช่ที่ดินรกร้าง ครอบครัวของเธอครอบครองที่ดินบริเวณนี้กว่า 20 ไร่ ปลูกข้าวและข้าวโพดมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เมื่อที่ดินของเธออยู่ในเป้าหมายการถูกเวนคืนเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงไม่อาจยอมรับได้

นางเพ็ญยืนยันว่าหากต้องแลกที่ทำกินกับเงินเยียวยาเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการ และยิ่งรู้สึกเจ็บปวด เมื่อรู้ว่าข้าราชการในพื้นที่รายงานต่อรัฐบาลว่านาข้าวของเธอ คือ ป่ารกทึบ

"ค่าเยียวยายายไม่อยากได้ ยายอยากได้พื้นที่ผืนนี้คืนมา ถ้าหมดพื้นที่ที่นี่ยายจะทำอะไรกิน อายุยายก็มาขนาดนี้แล้ว ส่วนไหนที่ขอได้ขอความเป็นธรรมจะดี แต่ถ้าตกลงไม่ได้ก็ไม่ยอมออกจากพื้นที่ อย่างน้อยเขาอยากได้พื้นที่คืน"

ที่ดินของนางเพ็ญ คือ ส่วนหนึ่งของที่ดินกว่า 2,000 ไร่ ในเป้าหมายการเวนคืนใช้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด แม้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะยอมรับว่าพวกเขาไม่มีเอกสารสิทธิ์ และ ถือเพียง ภบท.5 หรือ ใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ ที่ยืนยันความเป็นเจ้าของไม่ได้ แต่การสูญเสียที่ทำกินจากการเวนคืนกระทันหัน โดยไม่รู้อนาคต กลายเป็นความรู้สึกที่ทำให้พวกเขามีอคติกับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ในพื้นที่เป้าหมายเวนคืน 2,000 ไร่ คือที่ตั้งของชุมชนบ้านวังตะเคียน มีผู้อยู่อาศัยราว 100 หลังคาเรือน พวกเขายืนยันว่าเป็นผู้บุกเบิกไม่ใช่ผู้บุกรุกตามที่กฎหมายตีตราสถานะให้ แม้รู้ดีว่าเวลานี้ไม่อาจต้านทานแนวทางการพัฒนาตามนโยบายของส่วนกลางได้ แต่อย่างน้อยการเคลื่อนไหวเพื่อให้สังคมโดยรวมรู้ว่ามีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น ก็เป็นความหวังเดียวและความหวังสุดท้าย

มาตรการเยียวยาไม่ชัดเจน ปัญหาเวนคืนที่ดินเขตเศรษฐกิจพิเศษ

สำหรับที่ดินเป้าหมายกว่า 2,000 ไร่ ที่อยู่ในข่ายต้องเวนคืน คือ ส่วนหนึ่งของพื้นที่ป่าถาวรในจำนวน 5,603 ไร่ ที่เพิกถอนแล้วตามมติคณะรัฐมนตรี ก่อนที่ คสช.จะออกคำสั่งเวนคืน โดยให้กรมธนารักษ์จัดให้หน่วยงานของรัฐใช้ประโยชน์ หรือ จัดให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือเอกชนเช่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ในพื้นที่ 2,000 ไร่ส่วนนี้แบ่งเป็น 2 โซน โซนแรกมีเนื้อที่ 1,346 ไร่ โซน 2 มีราวกว่า 800 ไร่ ทั้ง 2 โซนที่ถนนตัดผ่านและชาวบ้านเคยเซ็นชื่อรับทราบแนวถนน เพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 แต่ไม่เคยทราบว่าจะต้องถูกเวนคืนที่ทำกิน

ตามข้อมูลของสำนักงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดตาก ระบุว่าในพื้นที่ 2 โซนนี้ มีชาวบ้านใช้ทำเกษตรกรรม 62 ราย ปล่อยเช่าต่อ 17 ราย ร้อยละ 80 ไม่มีเอกสารสิทธิ์ มีเพียงเอกสารยืนยันการครอบครองพื้นที่เป็นใบเสียภาษีบำรุงท้องที่เท่านั้น สถานการณ์นี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทางจังหวัดตากเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการเยียวยา เพราะถือว่าเป็นผู้กระทำผิดบุกรุกพื้นที่ป่า

กว่า 2,000 ไร่ เป็นพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 ซึ่งดำเนินการแล้ว ส่วนระยะที่ 2 อยู่ระหว่างรอดำเนินการอีก 9,255 ไร่ อยู่ในพื้นที่ของอำเภอพบพระและอำเภอแม่ระมาด ที่จะไว้ใช้รองรับการดำเนินการของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สอด รวมถึงรองรับการจัดการขยะ และบำบัดน้ำเสีย

สภาพพื้นที่โดยรวมในพื้นที่เป้าหมายระยะที่ 2 ไม่ต่างจากพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ของระยะที่ 1 ในตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด คือ มีสภาพบางส่วนเป็นชุมชนและที่ทำกิน จนถึงวันนี้เริ่มมีสัญญาณของการคัดค้านเช่นเดียวกันเกิดขึ้นที่นี่ โดยเฉพาะคำถามถึงมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องยาก และอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาคล้ายๆกับพื้นที่ระยะที่ 1 เพราะจุดยืนของผู้ว่าราชการจังหวัดตากระบุชัดว่า ผู้ที่จะได้รับการเยียวยาต้องเป็นผู้ที่ไม่ทำผิดกฎหมายเท่านั้น ซึ่งเวลานี้มีข้อมูลปรากฎเพียง 2 ครอบครัว

ถึงเวลานี้ยังไม่มีใครตอบได้ ข้อพิพาทในการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดจะยุติอย่างไร เพราะล่าสุดชาวบ้านกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีไปแล้วไม่น้อยกว่า 7 ครั้ง และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 3 ครั้งแต่ยังไม่มีสัญญาณตอบรับที่ชัดเจน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ