สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ ของรัสเซีย เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกล่องดำของเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ 321 สายการบินเมโทรเจ็ต ที่ระเบิดกลางอากาศก่อนตกลงทางตอนเหนือของคาบสมุทรไซนาย ประเทศอียิปต์ ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 224 คน เสียชีวิตยกลำ โดยจากการตรวจสอบกล่องดำที่บันทึกเสียงในห้องนักบิน พบว่าหลังจากนักบินสนทนากับลูกเรือแล้ว ก็มีเสียงผิดปกติ ที่ไม่ปรากฏในการทำการบินตามมาตรฐานทั่วไป เกิดขึ้นก่อนเกิดเหตุ
ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐเผยว่า ดาวเทียมของสหรัฐตรวจจับแสงและคลื่นความร้อนวาบ ในบริเวณและเวลาที่เครื่องบินรัสเซียตก โดยก่อนที่จะปรากฏคลื่นความร้อนวาบขึ้นมานั้น ไม่มีร่องรอยของเส้นความร้อนขึ้นมาจากทางด้านล่าง ซึ่งแสดงว่าเครื่องบินลำดังกล่าวไม่ได้ถูกจรวดมิสไซล์ต้านอากาศยานยิงเข้าใส่ แต่น่าจะเกิดจากเกิดจากความผิดปกติภายในตัวเครื่อง หรือเกิดการระเบิดบนเครื่องบิน ซึ่งอาจจะเป็นถังเชื้อเพลิงระเบิด หรืออุปกรณ์ระเบิดที่ลักลอบนำขึ้นเครื่อง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบส่วนประกอบของวัตถุที่ไม่ได้เป็นชิ้นส่วนเครื่องบินอยู่ในบริเวณจุดเครื่องบินตก ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ขณะที่อับดุล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ประธานาธิบดีของอียิปต์ ยังคงปฏิเสธคำกล่าวอ้างของเครือข่ายกลุ่มไอเอส ที่อ้างว่ายิงเครื่องบินรัสเซียลำนี้ตก โดยระบุว่าเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อทำลายภาพพจน์ของรัฐบาลอียิปต์ พร้อมยืนยันว่าสถานการณ์ในคาบสมุทรไซนาย ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอียิปต์อย่างเต็มที่