วันที่ 10 พ.ย. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบกาลักน้ำ ที่ดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยโก๋น จ.น่าน เพื่อเตรียมบริการแก่ประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ปรากฏว่าขณะนี้ปริมาณน้ำเริ่มมีน้อยลงเหลือเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าอีกไม่เกิน 2 เดือนจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงในย่านธุรกิจและส่วนราชการต่างๆ
ด้านอบต.ห้วยโก๋น ระบุว่า ขณะนี้ได้พยายามแบ่งเบาภาระของประชาชนโดยการนำน้ำใส่รถบรรทุกไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อช่วยชาวบ้านที่ต้องซื้อน้ำจากเอกชน ถังละ 250 แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีรถบรรทุกน้ำเพียงคันเดียวเท่านั้น
ส่วนที่จ.ยโสธร หลังจากเจ้าหน้าที่ประจำเขื่อนยโสธร ได้ทำการปิดประตูเขื่อนทั้ง 8 บาน และยกบานประตูเขื่อนเอาไว้แค่ 2 บาน เพื่อเป็นการรักษาสมดุลของปริมาณน้ำทั้งทางเหนือเขื่อนและใต้เขื่อนนั้น ปรากฏว่าชาวบ้านต่างพากันนำอุปกรณ์จับปลาของตนเองออกมาจับปลาบริเวณใต้เขื่อนไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยราคาปลาที่จับมาได้จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-60 บาท แต่ละคนสามารถจับปลาได้วันละประมาณ 10-20 กิโลกรัม หลังจากนั้นจะนำปลาที่จับได้กลับไปทำอาหารและส่วนที่เหลือก็นำมาจำหน่ายเป็นรายได้
ด้านเกษตรกรใน จ.กำแพงเพชร หันมาปลูกพริกและพืชสวนผสมที่ใช้น้ำน้อย สร้างรายได้งามแทนการปลูกข้าวโพดในเนื้อที่ 13 ไร่ หลังจากประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล โดยเกษตรกรได้ใช้น้ำจากบ่อบาดาล และสระน้ำที่ขุดไว้ข้างแปลงสวนพริก ทำเป็นระบบสปิงเกอร์มาหล่อเลี้ยงต้นพริก และพืชไร่สวนผสม ชะอม มะละกอ ฝรั่ง กล้วย หลังผ่านไปต้นพริกซึ่งเป็นพืชหมดเวียนเจริญงอกงาม เริ่มออกเมล็ดเก็บสร้างรายได้ วันละ 1,000 บาทต่อวัน