กกต.เมียนมาร์ประกาศผลเลือกตั้งเพิ่มอีก 54 ที่นั่ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Big story จนถึงขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ของนางอองซาน ซูจี นั้น ชนะการเลือกตั้ง ในวันนี้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งของเมียนมาร์ ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีก 54 ที่นั่งในสภาภูมิภาคหรือสภารัฐ ใน 8 เขต

ทั้ง 8เขต นั้น รวมถึงมัณฑะเลย์ มอญ อิรวดี ย่างกุ้ง กะฉิ่น กะยา ตะนาวศรี และมาแกว ในบรรดา 54 ที่นั่งในสภาภูมิภาคหรือสภารัฐนั้น พรรคNLD ได้ที่นั่งถึง 49 ที่นั่ง ขณะที่พรรคสหภาพเพื่อเอกภาพและการพัฒนา USDP ได้ 2 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาธิปไตยแห่งรัฐกะฉิ่น ได้ไป 2 ที่นั่ง และพรรคมอญ เนชันแนล ปาร์ตี้ ได้เพียง 2 ที่นั่ง

ทั้งนี้ คณะกรรมการเลือกตั้งได้ประกาศที่นั่งในสภาภูมิภาคหรือสภารัฐ ไปแล้ว 106 ที่นั่ง โดยพรรค NLD ได้ครอง 96 ที่นั่ง จนถึงขณะนี้ พรรค NLD ได้ที่นั่งไปแล้ว 145 ที่นั่งใน 2 สภา รวมถึงได้ 49 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และ 96 ที่นั่งในสภาภูมิภาคหรือสภารัฐ

ปัจจัย สู่ชัยชนะ ... NLD

ผลการเลือกตั้งที่ทยอยประกาศออกมา แสดงให้เห็นว่า เกือบทุกเขต ทุกเมือง พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD นำโดยนางออกซานซูจี ได้รัยชัยชนะอย่างถล่มทลาย แม้จะยังไม่สามารถบอกได้เต็มที่ว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาร์ จะมาจากพรรค NLD แต่ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผลเลือกตั้งมีความชัดเจนขึ้น ... เพราะสามารถชัยชนะแม้แต่ในเขตของรัฐชาติพันธุ์ อย่างที่รัฐชิน หรือ คะฉิ่น ด้วยซ้ำ

ก่อนหน้าวันลงคะแนน นักวิเคราะห์ที่สนใจการเมืองเมียนมาร์ ต่างไม่เชื่อว่า คะแนนเสียงของพรรค NLD เพียงพอจะจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีสัดส่วน 25 % ในสภาที่เป็นโควต้าของกองทัพ และยังอาจจะต้องเสียคะแนนส่วนหนึ่งให้รัฐชาติพันธุ์ ... อะไร คือ ปัจจัยที่ทำให้ NLD ได้คะแนนอย่างท่วมท้น

img src="http://img.pptvhd36.com/contents/K/9/66e2951cfba7.jpg">

"การเปลี่ยนแปลง" ... น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด คนเมียนมาร์ ต้องการการเปลี่ยนแปลง ... เพราะผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ล้วนแต่ถูกปกครองอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารมาอย่างยาวนาน ผ่านการต่อสู้เรียกร้องเสรีภาพที่ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย .. ดังนั้น ต้นทุนด้านลบของพรรครัฐบาล USDP มีมากเกินไป แม้ว่า ในยุคของประธานาธิบดีเต็งเส่ง จะมีนโยบายเปิดประเทศ และมีหลายสิ่งดีขึ้น ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ ตัวเลข GDP สูงขึ้น ... รวมถึงสิทธิเสรีภาพที่มากขึ้น ดูได้จากหน้าหนังสือพิมพ์ ที่สามารถลงข่าวด้านลบกับรัฐบาล วางขายหนังสือของนางอองซานซูจี หรือหนังสือที่มีภาพของเธอในตลาดได้ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับ 50 กว่าปี ที่ถูกปกครองในรูปแบบที่พวกเขาเห็นว่าไม่ดี

25 ปี ที่แล้ว ปี 2533 พรรค NLD ชนะการเลือกตั้ง ได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ในสภา แต่ นางออง ซาน ซูจี ถูกควบคุมตัวในบ้านเธอเอง ก่อนวันเลือกตั้ง และอยู่เช่นนั้นมา 21 ปี ก่อนได้รับอิสรภาพ เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2553 นี่เอง น่นเป็นเหตุการณ์ที่ชาวเมียนมาร์มองว่า เป็นการ "ปล้น" ผู้นำที่พวกเขาเลือกไป และวันนี้ ออง ซาน ซูจี อายุ 70 ปีแล้ว .. ไม่มีใครบอกได้ว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะมีโอกาสของเธออีกหรือไม่

ขณะที่ชาวเมียนมาร์ อาจต้องการ "เปลี่ยน" โดยมีตัวเลือกเพียงพรรคเดียว ที่มีศักยภาพต้านทานกับรัฐบาล ทำให้คะแนนของ NLD สูงมาก แม้ว่าที่ผ่านมา NLD ยังไม่ได้ประกาศนโยบายที่ชัดเจนอะไรออกมา และยังไม่มีใครรู้ด้วยว่า ถ้า NLD จัดตั้งรัฐบาลจะเสนอใครเป็นประธานาธิบดี

กติกาการจัดตั้งรัฐบาลในรัฐธรรมนูญของเมียนมาร์ ที่ทำให้ NLD ยากที่จะเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล เพราะ 25 % ที่ตุนไว้ในกระเป๋าของกองทัพ .. อาจเป็นจุดพลิกผัน จากข้อได้เปรียบ ของ USDP กลายเป็นคะแนนท่วมท้นของ NLD เพราะ NLD ต้องการเสียงในสภา มากกว่า USDP ถึง 2 เท่า จึงจะเพียงพอ ... ทำให้ผู้ที่ต้องการ "เปลี่ยนรัฐบาล" หันมาเทคะแนนให้กับ NLD แม้แต่ในพื้นที่ของรัฐชาติพันธุ์ อย่างที่เกิดขึ้นที่ คะฉิ่น และรัฐชิน (และอาจมีที่อื่น) ที่อาจไม่นิยมพรรค NLD มากนัก แต่เพื่อให้ NLD ซึ่งเป็นคู่ต่อกรเดียวที่มีโอกาสคว่ำ USDP ได้คะแนนไปเลย โดยไม่ต้องลุ้นว่า พรรคชาติพันธุ์ จะร่วมด้วยหรือไม่ เนื่องพรคเหล่านี้ ยังสงวนท่าทีมาตลอด

ค่อนข้างเห็นภาพชัดว่า ความสำเร็จของ NLD มาจากตัวผู้นำ คือ นางออง ซาน ซูจี ซึ่งก่อนเลือกตั้ง เธอออกมาประกาศว่า เธอเป็นประธานาธฺบดีไม่ได้ แต่สามารถ อยู่เหนือกว่าประธานาธิบดี .. ... ข้อนี้ ทำให้นักวิเคราะห์เสียงแตก ว่าตำแหน่งนี้ จะกลายเป็นดาบสองคม กลับมาทำร้าย ออง ซาน ซูจี ในแง่การยอมรับหรือไม่

แต่อย่าลืมว่า ออง ซาน ซูจี ... เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากโลกตะวันตกมาโดยตลอด / นักข่าวทั่วโลกไปถ่ายภาพการลงคะแนนของเธอ / ทุกที่ที่เธอไป มีประชาชนวิ่งตามรุมล้อม / และสิ่งที่อาจจะเป็นข้อแก้ต่างที่สำคัญ ... คือ กติกา ที่ห้ามเธอเป็นประธานาธิบดี .. ไม่เป็นธรรม ... พร้อมคำอธิบายว่า เธอสามารถไปอยู้ในตำแหน่ง "เหนือกว่าประธานาธิบดี" ได้ เพราะ เป็นคนที่ประชาชนเลือกที่แท้จริงอยู่แล้ว

ดังนั้น ชื่อของ แพทย์ประจำตัวของ ออง ซาน ซูจี "หมอ ติน เมียว วิน" จึงกลายเป็นชื่อที่น่าสนใจ ในตำแหน่งผู้นำประเทศ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ