บทโดย ปิติพร เพรามธุรส
เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์แล้วที่ขยะกองนี้ถูกพบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังหาที่มาที่ไปของขยะเหล่านี้ไม่ได้ มีข้อสันนิษฐาน 2 ประการ คือ 1.เป็นขยะตามชายหาดบ้านเรือน และจากกิจกรรมท่องเที่ยวบนหาดหรือบนเรือ ถูกกระแสน้ำพัดมารวมกัน หรือ 2. คือมีคนตั้งใจนำมาทิ้ง เนื่องจากขยะรวมอยู่ที่เดียวกันจำนวนมาก
แม้จะยังหาที่มาของขยะเหล่านี้ไม่ได้ แต่ทราบหรือไม่ว่า ในแต่ละปี มีขยะในทะเลมากกว่า 5 ล้านตัน
เมืองท่องเที่ยวอย่างจังหวัดภูเก็ต ที่มาของขยะส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมท่องเที่ยว นักวิจัยทางทะเลเปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวของเรา เฉพาะการศึกษาที่เกาะบุโหลนในปี 2558 เพียงเกาะดียว พบปริมาณขยะมีน้ำหนักมากถึง 4 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
จากตัวเลขเราจะเห็นว่าปริมาณขยะที่มากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม- กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่น น้ำหนักของขยะที่พบ สูงถึงกว่า 3หมื่นกรัมในช่วงเวลา 1เดือน คิดเป็นขยะกว่า 1,000 ชิ้นต่อตารางเมตร
แต่ในช่วงฤดูฝนที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวจำนวนขยะจะลดลงตามลำดับ ไล่ลงมาจากเดือน มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม จะเห็นตัวเลขแตกต่างอย่างชัดเจน และขยะที่พบส่วนใหญ่เป็นประเภทพลาสติกแข็ง เช่น ขวดน้ำ แผ่นป้าย ฯลฯ
จากจำนวนขยะช่วงไฮซีซั่นจนมาถึงช่วงโลว์ซีซั่นที่ต่างกัน และจากที่มาของขยะที่นักวิชาการพบว่า มาจากกิจกรรมชายฝั่งและการพักผ่อน ค่อนข้างชัดเจนว่า ขยะส่วนใหญ่ที่พบที่เกาะบุโหลน
ย้ำ !!! แค่เพียงเกาะเดียวมาจาก กิจกรรมการท่องเที่ยว
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ขยะทะเลในจังหวัดภูเก็ตมีที่มาที่หลากหลายจากกิจกรรมต่างๆ แต่แน่นอนว่าที่มาของขยะทะเลหลักๆ ก็ยังเป็น จากกิจกรรมการท่องเที่ยว กว่าร้อยละ 82 รองลงมาคือ จากกิจกรรมทางเรือ นั้นก็คือเรือประมงและเรือท่องเที่ยวอีกกว่า ร้อยละ15 ที่เหลือเป็นกิจกรรมอื่นๆ เช่น การรักษาพยาบาล หรือขยะติดเชื้อ การสูบบุหรี่ เช่นก้นบุหรี่และไฟแช็คเป็นต้น
จากที่มาของขยะ เรามาดูประเภทของขยะทะเลกันบ้าง ประเภทขยะที่พบส่วนใหญ่ เป็น พลาสติกแข็งกว่า ร้อยละ 48 รองลงมาเป็นพวก พลาสติกอ่อน ร้อยละ 12 ไล่ลงมาก็จะเป็นพวกไฟเบอร์ โฟม แก้ว กระดาษ ไม้
ที่น่าสนใจในจำนวนนี้ แน่นอนว่าที่เราเห็นได้ชัดแน่ๆคือพลาสติกแข็งต่างๆที่มีเป็นจำนวนมาก แต่ที่นักวิชาการทางทะเลกังวลที่สุดขณะนี้ คือพวกพลาสติกอ่อน หรือที่เรียกว่า ไมโคร พลาสติก เพราะพลาสติกชนิดนี้ กลายเป็นอาหารของสัตว์ทะเล ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะมีผลกระทบทำให้ป่วยและเสียชีวิต และพลาสติกบางชนิดละลายสะสมเป็นสารพิษในตัวสัตว์น้ำ ซึ่งกรณีพบมากขึ้นในสัตว์ทะเลที่มนุษย์จับมากินเป็นอาหาร
งบประมาณปี 2558 ที่ลงมาสู่จังหวัดภูเก็ตกว่า 340 ล้านบาท ส่วนใหญ่มุ่งไปสู่การส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยว ส่วนงบประมาณในการอนุรักษ์ฟื้นฟูมีเพียง 20-30 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่เรากำลังใช้ทรัพยากรต้นทุนเหล่านี้สร้างรายได้ให้กับประเทศปีละหลายสิบล้านบาท แต่การทุ่มงบประมาณเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูกับน้อยนิด ซึ่งหากทรัพยากรธรรมชาติความสวยงามที่มีอยู่พังเสียหาย คำถามคือ ทะเลไทย จะมีศักยภาพดึงดูดนักท่องเที่ยวไปได้อีกนานแค่ไหน หากขาดการฟื้นฟู
#PPTVHD36 #นักรบกองโจร