Anchor ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ระบุว่า เหตุเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ของกองทัพตุรกี 2 ลำ โจมตีเครื่องบินรบแบบซู-24 ของกองทัพรัสเซีย เมื่อวันอังคาร จนทำให้เครื่องบินรัสเซียตกและนักบิน 1 ใน 2 นายเสียชีวิต เป็นเพราะเครื่องบินลำดังกล่าวละเมิดน่านฟ้าของตุรกีและถูกยิงจริง แต่เครื่องบินไปตกในเขตแดนของซีเรีย และมีชิ้นส่วนบางชิ้นตกในเขตแดนของตุรกี ทำให้พลเมือง 2 คนได้รับบาดเจ็บด้วย
ผู้นำตุรกียืนยันว่าชายแดนทางเหนือของซีเรียที่ติดกับภาคใต้ของตุรกีไม่มีกลุ่มไอเอสเคลื่อนไหวแน่นอน แต่เป็นฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเติร์กเมน ที่เป็นชนกลุ่มน้อยซีเรียเชื้อสายเติร์กที่สู้รบกับรัฐบาลซีเรีย
นาย เออร์โดกันยังยืนยันว่า ตุรกีไม่ต้องการเติมเชื้อไฟความรุนแรงในภูมิภาคหรือสร้างปัญหากับรัสเซีย แต่จำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ ซึ่งกองทัพตุรกีนั้นพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่ความอดทนย่อมมีขีดจำกัด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตุรกีพร้อมเจรจากับรัฐบาลรัสเซียผ่านทุกช่องทาง เพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดร่วมกัน
ขณะที่ นาย เซอเก ราฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซียว่าจะมีการทบทวนและอาจมีการเปลี่ยนแปลงระดับความสัมพันธ์กับตุรกี โดย นาย ลาฟรอฟ เชื่อว่าเหตุการยิงเครื่องบินรัสเซียตกเป็นการกระทำโดยเจตนาแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากระทรวงเกษตรของรัสเซียเพิ่มความเข้มงวดการนำเข้าสินค้าหมวดอาหารและเกษตรจากตุรกี โดยอ้างว่ามีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
โอกาสเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3
ปัจจัยสนับสนุน
1. แนวความคิดที่ว่าการยิงเครื่องบินรัสเซียเป็นการกระทำที่วางแผนมาก่อน
2. ซีเรียเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับรัสเซียในแง่ภูมิศาสตร์การเมือง
3. กฎบัตร NATO มาตรา 5 ระบุว่า หากประเทศสมาชิก NATO ถูกโจมตี ประเทศอื่นต้องร่วมปกป้องอธิปไตย
4. เทียบเคียงบริบทสงครามโลกครั้งก่อนๆ มหาอำนาจเข้าสู่สงครามเพราะพันธมิตร
ปัจจัยโต้แย้ง
1. ซีเรียเป็นสมรภูมิที่ไม่คุ้มค่าสำหรับรัสเซีย
2. จุดเกิดเหตุ ชายแดนตุรกี-ซีเรีย ห่างไกลจากรัสเซียและยุโรปกลาง
3. รัสเซียไม่น่าจะเปิดศึกกับประเทศสมาชิกนาโต
4. บริบทแวดล้อมของประเทศมหาอำนาจไม่เอื้อให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบ