สาเหตุสำคัญที่ตำรวจต้องขยายผล และมีการตั้งสมมติฐานว่ารถที่ตรวจสอบพบบนห้างสรรพสินค้าไอทีแสควร์ มีความเกี่ยวพับกับรูปแบบโจรกรรมที่เรียกว่า "ฉ้อฉลประกันภัย" หรือไม่ เพราะวิธีการนี้ ถือเป็นพัฒนา ที่สร้างปัญหาให้กับทั้งตำรวจและบริษัทประกันภัยในฐานะผู้รับผิดชอบอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้
การฉ้อฉลประกันภัย พูดให้เข้าใจง่าย คือ การโกงบริษัทประกันภัย โดยอาศัยรูปแบบการโจรกรรมรถมาเป็นเครื่องมือ โดยมีวิธีการหลักที่นิยมทำกันในเวลานี้ 2 รูปแบบ รูปแบบที่ 1 คือ การนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ไปเช่าซื้อจ่ายเงินดาวน์ออกมาจากร้านตัวแทนจำหน่าย และนำรถไปจำนำ ก่อนจะไปแจ้งความเป็นคดีรถหาย และนำมาเบิกค่าสินไหมกับบริษัทประกันภัย
รูปแบบที่ 2 การนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ไปเช่าซื้อจ่ายเงินดาวน์ออกมาจากร้านตัวแทนจำหน่าย ไปส่งต่อให้กับขบวนโจรกรรมโดยตรง เพื่อนำออกไปขายยังพื้นที่เป้าหมายคือประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง 2 วิธีศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า กว่าร้อยละ 30 ของคดีความรถหายเกิดขึ้นจากการฉ้อโกงโดยอาศัยรูปแบบเช่นนี้
ไม่ใช่จำนวนน้อยสำหรับคดีความรถหาย ที่ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวบรวมไว้ ข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่ในช่วงมกราคา ถึง เมษายน ปี 2557 พบว่าเพียงแค่ช่วง 4 เดือนแรกของปี มีการแจ้งความรถหายถึงกว่า 4,000 คัน กว่า 3,000 คันเป็นรถจักรยานยนต์ ส่วนอีกกว่า 800 คันเป็นรถยนต์ ถ้าเทียบกับช่วงเดียวภัยของปี 2556 มีรถหายเพิ่มกว่าร้อยละ 30
ส่วนความที่เด่นชัดที่เกิดขึ้นจากการฉ้อโกงประกันภัย แม้จะมีสัญญาณที่ดีขึ้นในปีนี้ ที่ในช่วงระหว่างเดือนมาราคม ถึง ตุลาคม มีรถในกลุ่มธุรกิจประกันภัยหายไป 1,100 คัน ลดลงจากข้อมูล 10 เดือนแรกของปีที่แล้วที่มีจำนวนรถหายกว่า 1,976 คัน กว่าร้อยละ 40 แต่เมื่อตีเป็นมูลค่าความเสียหาย ยังถือว่ามหาศาล ทั้งที่บริษัทประกันภัย ตำรวจ ร่วมมือกับตัวแทนจำหน่าย ช่วยกันป้องก้นโดยเพิ่มความเข้มงวดในการออกรถในรูปแบบเงินผ่อน จนตัวเลขรถมาอยู่ในจำนวนเท่านี้
เกือบทั้งหมดของรถที่ถูกโจรกรรม ชัดเจนว่า มีเป้าหมายส่งไปขายยังประเทศประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาศัยการขนย้ายผ่านเส้นทางธรรมชาติ ที่น่าสังเกตคือ มีการพบเส้นทางขนย้ายทุกพื้นที่ชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งภาคเหนือ อีสานที่ติดกับเมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และภาคใต้ที่ติดกับมาเลเซีย
ผลงานดักจับกุมแก๊งโจรกรรมรถข้ามแดนล่าสุด เป็นของเจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง หรือ นรข. เขตเชียงราย ที่ซุ่มจับมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้เมื่อคืนวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นาวาเอกชลทัย รัตนเรือง ผู้บังคับการนรข. เขตเชียงราย เปิดเผยว่า เวลานี้เครือข่ายฉ้อโกงประกันภัยและส่งรถมาขายตามแนวชายแดน มีจำนวนมากขึ้น ทำงานกันเป็นเครือข่ายเชื่อมโยง เนื่องจากรายได้มีความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยง โดยเฉพาะรถป้ายแดงที่ได้มาจากการหลอกเช่าซื้อและฉ้อโกงประกันภัย
ฝ่ายปราบปรามยอมรับว่า การป้องกันหรือสกัดกั้นขบวนการนี้ทำได้ยาก เพราะต้นตอของปัญหาเกิดขึ้นจากช่องว่างของกฎหมาย เงื่อนไขประกันภัย และโปรโมชั่นแข่งขันทางการตลาด จำเป็นอย่างที่ต้องอาศัยบริษัทประกันภัย และตัวแทนจำหน่ายเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา และออกมาตรการอุดช่องโหว่เหล่านี้