การออกมายอมรับในครั้งนี้ นับเป็นการพูดคุยกันอย่างเปิดใจ ระหว่างผู้อำนวยการ พอช. และชาวบ้านชุมชนริมคลอง หลังเกิดปัญหาในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคง จนทำให้ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเข้าใจได้ว่า มีการบังคับชาวบ้านกู้สินเชื่อในโครงการ อีกทั้งยังพบการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ของประธานสหกรณ์ชุมชนแห่งหนึ่ง ที่ส่อไปในทางทุจริต
นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้อำนวยการ พอช. บอกว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบการทุจริตเกิดขึ้นจริงตามข้อร้องเรียน ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้เพิกเฉย โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 7 คน ประกอบเจ้าหน้าที่ พอช. สตง.และชาวบ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า ตามขั้นตอนของการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง พอช. ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารเงินภายในสหกรณ์ เพราะมีหน้าที่แค่ส่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำกับสหกรณ์ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของคนในชุมชนเท่านั้น
ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน บอกอีกว่า ขณะนี้ประธานสหกรณ์ฯ ที่มีพฤติกรรมใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ได้เข้ามาเซ็นรับทราบความผิดแล้ว และคืนเงินมาแล้วบางส่วน ขณะที่การดำเนินคดีตามกฎหมายได้ส่งให้อัยการยื่นฟ้องตามกระบวนการแล้ว ส่วนความเข้าใจว่า พอช.มีส่วนในการทุจริตด้วย หรือมีเงื่อนไขที่บังคับให้ชาวบ้านเข้าร่วมโครงการกู้สินเชื่อ เพื่อนำไปปรับปรุงที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง ถือว่าเป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อนและจะมีการนำข้อเท็จจริงไปชี้แจงกับชุมชนริมคลองทั้งหมดในเวทีประชาคม ที่พอช.กำลังจะจัดขึ้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน