ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้คลองมะขามเฒ่า จ.สุพรรณบุรี เข้าขั้นวิกฤติเนื่องจากกรมชลประทาน ปล่อยน้ำจากเขื่อนออกตามเวลารอบที่กำหนดเท่านั้น โดยคลองมะขามเฒ่า เป็นคลองขนาดใหญ่ความยาว 100 กิโลเมตร ต้นน้ำอยู่ที่จังหวัดชัยนาถ ส่วนปลายน้ำอยู่ที่ จ.สุพรรบุรี รับน้ำจากประตูพลเทพ ไหลผ่านพื้นที่ทำนาใน อ.เดิมบางนางบวช อ.สามชุก อ.ดอนเจดีย์ อ.อู่ทอง สิ้นสุดที่ อ.สองพี่น้อง และเป็นคลองหลักที่ชาวนาอาศัยทำนา กว่า 20,000 ไร่
ไม่ต่างกับสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วง และยังต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุดปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 127.454 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 40.53 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ ถือเป็นปริมาณน้ำที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น การส่งน้ำออกจากเขื่อนวันละ 170,000 ลูกบาศก์เมตร จึงไม่เพียงพอสำหรับใช้เพาะปลูกข้าวนาปรังและพืชฤดูแล้งทั้งหมด
ทั้งนี้ จากการที่ นายธีระภัทร ประยูรสิทธ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เพื่อพบปะชาวบ้านและเกษตรกรที่ประสบปัญภัยแล้ง จนไม่สามารถทำนาปรังได้นั้น นายธีระภัทร รับปากว่าจะหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ส่วนการจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวที่สำนักงานเกษตรจังหวัดส่งเสริมให้ปลูกทดแทนการทำนาปรังในช่วงประสบภัยแล้ง จากการลงพื้นที่เพาะปลูก 5,000 ไร่ พบว่าผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ได้รับผลตอบแทนดี หลังจากนี้จะส่งเสริมให้จังหวัดอุทัยธานี นำร่องส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้งทดแทนข้าวนาปรัง โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง