​รัฐใช้ประโยชน์จาก "บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด" เต็มที่แล้วหรือยัง ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตอนนี้เรื่องฮอตสนั่นโซเชียลจะเป็นประเด็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากแนวคิดการเพิ่มข้อมูลอาชีพและรายได้ลงบัตรประชาชน เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทันทีหลัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ โดยเน้นย้ำว่า "ปี 2560 บัตรประชาชนน่าจะมีการระบุอาชีพและรายได้ เพื่อแยกแยะให้ได้ว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณ อย่างไรให้เหมาะสม"



แม้ว่าถ้อยคำที่นายกฯ พูดออกมา จะไม่ได้ชี้ชัดว่าการเพิ่มข้อมูลทั้ง 2 อย่างนี้ จะสกรีนลงไปที่หน้าบัตรประชาชนหรือใส่ไว้ในฐานข้อมูลไมโครชิฟ แต่ด้วยคำพูดที่คลุมเครือไม่ชัดเจน ประกอบกับการออกมาชี้แจ้งของโฆษกรัฐบาล ที่ไม่ได้เคลียร์ชัดว่าการดำเนินการจะออกมาในลักษณะใด ทำให้สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดดังกล่าว อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในประเด็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และความไม่ปลอดภัยหากข้อมูลรายได้ ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ จนนายกรัฐมนตรีต้องออกมายืนยันว่า "การระบุอาชีพและรายได้ลงในข้อมูลบัตรประชาชน เป็นแนวคิดที่ต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากรัฐอย่างทั่วถึง แต่จะใส่ไว้หน้าบัตรหรือในระบบไมโครชิพ เป็นสิ่งที่ต้องไปศึกษาต่อไป"



ระหว่างรอผลการศึกษาและการประกาศแนวทางอย่างชัดเจน ลองมาดูกันว่าการปัจจุบันหน่วยงานรัฐ ใช้ประโยชน์จากบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดเต็มประสิทธิภาพแล้วหรือยัง..


เพราะการเพิ่มฐานข้อมูลอาชีพและรายได้ ตามแนวคิดรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการจัดเก็บภาษี และสามารถช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้สะดวกขึ้น รวมไปถึงข้อมูลพื้นฐานต่างๆ นั้น ในทางปฏิบัติทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้อง สร้างระบบการเชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลระหว่างกัน เพื่อที่บัตรประชาชนใบเดียว จะสามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลได้อย่างครบถ้วน


แต่ในความเป็นจริงตั้งแต่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ แผนการผลิตบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด 64 ล้านใบ ในปี 2547 ด้วยงบประมาณกว่า 8 พันล้านบาท จนถึงปัจจุบันคนไทยทั่วประเทศยังคงงุนงงว่า ชิฟที่ติดอยู่ในบัตรประชาชนมีความสมาร์ทอย่างไร เพราะตอนนนี้ยังต้องถ่ายเอกสาร และรับรองสำเนาถูกต้องอยู่ทุกวัน


สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ "ทีดีอาร์ไอ" ทำวิจัยและสรุปประเด็นปัญหา โครงการปรับเปลี่ยนบัตรประชาชนชนิดแถบแม่เหล็ก เป็นระบบสมาร์ทการ์ดอย่างตรงไปตรงมาว่า "รัฐบาลดำเนินโครงการบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด โดยไม่มีการเตรียมความพร้อมเรื่องระบบข้อมูล จากเดิมที่มุ่งหวังจะใช้บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งข้อมูลระบบทะเบียนราษฎร์ ข้อมูลระบบประกันสุขภาพ ข้อมูลระบบประกันสังคม ฯลฯ แต่จากความไม่พร้อมดังกล่าว ทำให้ข้อมูลอื่นๆ นอกจากข้อมูลระบบทะเบียนราษฎร์ ไม่ได้ถูกบรรจุลงในบัตร ส่งผลให้บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดไม่สามารถใช้งาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ควรจะเป็น ซึ่งแทบไม่ต่างจากบัตรประชาชนแถบแม่เหล็กแบบเดิม ที่มีราคาเพียงใบละประมาณ 15 บาท"


(กราฟิก: สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ "ทีดีอาร์ไอ")


นอกจากความไม่พร้อมของระบบ อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของการปรับเปลี่ยนบัตรประชาชน คือความไม่โปร่งใสในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยในการประมูลครั้งที่ 1 รัฐกำหนดราคาประมูลที่ใบละ 120 บาท ขณะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถจัดทำได้ในราคา 40 บาท


บทเรียนจากการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ไม่โปร่งใส นำมาซึ่งคำถามของภาคประชาสังคม ที่ขณะนี้ต่างต้องการคำตอบที่ชัดเจนว่า สรุปแล้วรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรกันแน่ กับการเพิ่มเติมข้อมูลอาชีพและรายได้ในบัตรประชาชน ที่สำคัญคือการทำโครงการนี้ จะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนเท่าใด ?



Content: สุริยัน ปัญญาไว



วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ