ข้อความดังนี้
ประกาศจากเปิ้ล นาคร...
เนื่องด้วยเหตุการณ์ที่ผ่านมา มีผู้คนให้ความสนใจ ให้ความรัก ให้ความเมตตา และความเป็นห่วงมาตลอดทั้งวัน วันนี้อยากจะแจ้งรายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อความเข้าใจตรงกันว่า.....
เริ่มจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ชื่อ เจ็ตสกีสำรวจเส้นทางข้ามอ่าวไทยตามรอยพ่อ(เส้นทางเดียวกับที่พระองค์ท่านเคยทรงเรือใบมาแล้ว) 2015 กิจกรรมนี้เริ่มต้นขึ้นที่อ่าวเตยงาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และปลายทางสิ้นสุดที่เขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อสำรวจเส้นทาง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานเจ็ตสกีข้ามอ่าวเฉลิมพระเกียรติ 2016 งานนี้จึงเป็นงานสำรวจ และเป็นการทดสอบระบบไปในตัว ซึ่งมีการเซ็ตระบบดังนี้ มีการนำร่องด้วยเรือใหญ่ และตามด้วยกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม ขนาบข้างซ้ายขวาด้วย Security ทั้ง2ข้าง ประกบท้ายขบวนด้วยเรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ แบ่งเป็นกลุ่ม3กลุ่ม กลุ่มละ20ลำโดยประมาณ
และเราเชื่อว่าสามารถเซฟทุกอย่างได้หากเกิดกรณีฉุกเฉิน และเราทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎที่เราตั้งไว้อย่างเคร่งครัด คือเราจะไม่แข่ง ไม่แซงไปข้างหน้า ไม่แยกออกจากกลุ่ม จาก securityที่เรากำหนดไว้...เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งขัน เราจะไปพร้อมกัน ถ้าหากมีปัญหาเรือหยุดหรือขัดข้องอะไร เราจะหยุดรอจนแก้ไขได้ และเดินทางต่อไปพร้อมกัน ในงานนี้ได้เชิญเพื่อน พี่ น้อง นักเจ็ตสกี ทั้งทีมชาติและมืออาชีพ รวมทั้งเรือเร็วที่มีประสพการณ์ในการเดินเรือทั้งแม่น้ำและเคยทำการข้ามอ่าวมาแล้ว ซึ่งผู้เข้าร่วมทุกท่านต้องอยู่ภายใต้ชมรมหรือสังกัดที่เกี่ยวข้องกับเจ็ตสกี หรือเรือเร็ว
งานได้จัดขึ้นวันที่ 20 ธันวาคม 2015 โดยทางเราได้เช็คสภาพอากาศจากหน่วยงานนาวิกโยธิน ฐานทัพเรือสัตหีบ และกรมอุตุนิยมวิทยา ปรากฎว่าทะเลมีสภาพอากาศและทัศนวิสัย มีคลื่นลม1ถึง2เมตรกลางอ่าว โดยทางเราตัดสินใจว่าจัดกิจกรรมได้ (แต่ทางเราได้เตรียมแผนสองไว้แล้วในกรณีที่สภาพอากาศรุนแรงขึ้นคือมีคลื่นมากกว่า2เมตรขึ้นไป ไม่สามารถจัดได้จริง เราจะเปลี่ยนเส้นทางจัดกิจกรรมนี้ดำเนินต่อในบริเวณไกล้ๆแทน) และหนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ คือ รศ. ดร. บดินทร์ รัศมีเทศ ว่าที่อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านเป็นคนที่หลงใหลในกีฬาประเภทนี้ ซึ่งท่านมีความชำนาญในการขับเจ็ตสกีและการเดินทางเรือในแม่น้ำ..
เราออกจากหาดเตยงามช่วงเวลาประมาณ 9 โมงเช้า สิ้นสุดการเดินทางที่เขาตะเกียบเวลาบ่ายโมง พอถึงฝั่งกลับมาเช็คจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมปรากฎว่าท่านอาจารย์ได้หายไประหว่างการเดินทางกลางทะเล ซึ่งทางทีมงานขอน้อมรับว่าสิ่งที่เราระวังมากที่สุดก็ได้เกิดขึ้นจริงๆ แต่ก็ได้พยายามอย่างเต็มที่คงไม่ต้องโทษใครหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น ในฐานะที่ผมเป็นผู้จัดงานครั้งนี้ ผม เปิ้ล นาคร ศิลาชัย ขอน้อมรับผิดในเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียว...
เจ็ตสกีของท่านคาดว่าหายไปตั้งแต่11โมง เพราะว่าติดต่อท่านไม่ได้เลย จึงได้เริ่มทำการค้นหาทุกช่องทาง จนกระทั่งบ่ายสามถึงสี่โมงเย็น มือถือของท่านมีสัญญาณติดต่อได้ แต่คนที่รับโทรศัพท์กลายเป็นไต้ก๋งเรือหาปลา และแจ้งได้ให้เราทราบว่าเก็บเจ็ตสกีได้1ลำ ซึ่งผมและทุกคนดีใจมาก แต่กลายเป็นว่าเจอแต่เจ็ตสกี ไม่มีคนขับ สถาณการณ์เริ่มตึงเครียด ทำให้เราต้องค้นหาท่านอาจารย์อย่างหนักกันต่อไป โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นทหารเรือ หรือหน่วยนาวิกโยธินหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทางทะเล จนในที่สุดเราก็ได้ พ.ต.อ. ไชยกร ศรีหล้าเดโช ผู้กำกับสถานีตำรวจหัวหิน ท่านได้ติดต่อประสานงานไปยังท่านรองผู้การหัวหน้าปภ.97 ถวายความปลอดภัย กองบินตำรวจ นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นทันที ลาดตระเวนตามหาอาจารย์กัน นอกจากนั้นยังประสานไปยังหน่วยงานทหารเรือ พลเรือเอกทักษิณ ฤกษ์สังเกตุ และประสานไปยังหน่วยนาวิกโยธิน และทุกๆหน่วยงานลงให้การช่วยกันตามกันหาทั้งคืน จนกระทั่ง 6 โมงเช้าจะขึ้นบินตามหาอีกรอบ ทางตำรวจได้รับโทรศัพท์จากชาวประมง และแจ้งมาว่า เจอท่านอาจารย์บดินทร์ลอยคออยู่กลางทะเล (19ช.ม....ท่านเก่งและมีสติมากๆ)ซึ่งชาวประมงได้ทำการช่วยเหลือท่านไว้ พวกเราทุกคนดีใจมาก...
ซึ่งข้อผิดพลาดครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียน ผม เปิ้ล นาคร ศิลาชัย ขอน้อมรับผิดในความบกพร่องในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยจนเกิดเหตุการณ์นี้ ขอโทษจากใจจริง
ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนร่วมในทุกฝ่าย ทั้งผู้ร่วมกิจกรรม ทีมงาน และผู้ช่วยเหลือทุกท่าน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและที่อาจยังกล่าวถึงไม่หมด กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ด้วยความเคารพรัก จากใจของกระผม...เปิ้ล นาคร ศิลาชัย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายสนิท วรปัญญา นายกสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ ได้แสดงความห่วงใจต่อการขับขี่แรลลี่ระยะทางไกลในทะเลเปิด
โดยระบุว่ากิจกรรมที่ ดร.บดินทร์ เข้าร่วมฯนั้น ไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งเสมือนแรลลี่ที่กลุ่มผู้ที่มีเจ็ตสกีได้นัดหมายรวมตัวกัน เพื่อขับขี่ข้ามอ่าวไทย โดยเริ่มต้นจากอำเภอสัตหีบ ตัดทะเลตรงข้ามไปยัง เขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน เป็นจุดหมายปลายทาง
สมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯนั้น ยังไม่เคยมีการอนุมัติให้จัดกิจกรรมหรือการแข่งขันในทะเลเปิด ที่มีระยะไกลเกินกว่า 3 กิโลเมตรจากฝั่งมาก่อน เพราะค่อนข้างกังวลกับการดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรมในทะเลที่เปิดกว้าง เนื่องจากอาจมีเจ็ตสกีที่เครื่องยนต์ขัดข้องได้จากสาเหตุนานาประการ เช่น ปัญหาเครื่องยนต์ ระบบไฟรัดวงจร น้ำมันหมด มีขยะหรือเชือกเข้าไปในกระบอกเจ็ต ฯลฯ ซึ่งในทะเลกว้างด้านนอกฝั่ง เพียงแค่ 30 วินาที ก็สามารถคลาดสายตากับผู้ร่วมกิจกรรมคนอื่นๆทั้งหมด
ยิ่งถ้าหากมีกระแสคลื่นลมแรง หรือมีฝนตก ก็จะยิ่งมีทัศนวิสัยไม่ดี จะมองเห็นได้ในระยะไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น ส่วนครั้งนี้ ที่ขับขี่ระยะทางไกลกว่าร้อยกิโลเมตรด้วย ผู้ขับขี่ย่อมมีความเหนื่อยล้าและมีโอกาสขับผิดจังหวะ ถูกคลื่นกระแทกตกน้ำได้ และถ้ากระแสคลื่นทะเลในน้ำแรงมาก ก็จะหมดแรงว่ายน้ำกลับมาขึ้นเรือได้เช่นกัน
"ผมรู้สึกห่วงใยมากคือ การขับขี่เจ็ตสกีแรลลี่ในทะเลเช่นนี้ ก็เหมือนกับการขับขี่รถยนต์และมอเตอร์ไซด์แรลลี่ แต่ผมอยากเน้นให้ทุกท่านคำนึงว่า บนบกนั้นมีผู้เข้าช่วยเหลือได้ง่าย หากท่านประสบภัยต่างๆ เพราะมีผู้สัญจรบนเส้นทางถนนที่ชัดเจน และก็มีผู้สัญจรหรือบ้านเรือนชาวบ้านอยู่เป็นระยะๆ แต่ในทะเลนั้น ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ถ้าเรือเสียจะขอความช่วยเหลือได้ลำบากมาก" นายกสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ กล่าว
ดังนั้น ควรตระหนักในด้านการเตรียมอุปกรณ์เดินเรือเพื่อเหตุฉุกเฉินต่างๆด้วย ตัวอย่างเช่นต้องมีเครื่องจีพีเอสนำทาง หรือมีโทรศัพท์ดาวเทียมสำหรับการสื่อสารทางทะเล ที่ปัจจุบันนี้ราคาเท่ากับมือถือปกติแล้ว เช่นเดียวกับการล่องเรือส่วนตัวระยะไกลของชาวต่างชาติ ก็จะต้องมีอุปกรณ์เตรียมพร้อมเสมอ และควรขับขี่เป็นกลุ่ม4-5ลำที่มีวินัยสูง เช่นเดียวกับการดำน้ำจะต้องมีบัดดี้เป็นคู่ จากเหตุครั้งนี้ สมาคมฯเองก็จะไม่นิ่งนอนใจ จะสนับสนุนการจัดทำข้อมูลความรู้ และกฎจราจรทางน้ำ เผยแพร่ในวงกว้างต่อไป
ภาพ: เฟซบุ๊ก Ple Nakorn