ทีมข่าว PPTV ทดสอบข้อมูลนี้ด้วยการนำกล้องตั้งที่ถนนสาทร บริเวณสี่แยกนราธิวาสราชนครินทร์ ในช่วงเวลา 17.00น. แม้จะนำภาพความยาวกว่าครึ่งชั่วโมง มาใส่เทคนิคเพิ่มความเร็ว แต่รถขาออกช่องทางขวามือของจอ ที่คนทำงานย่านนี้อยู่ระหว่างเดินทางกลับที่พัก มีลักษณะการเคลื่อนตัวที่ช้ามากสลับหยุดนิ่ง
สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพฯ สำรวจข้อมูลในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่า ถนนสาทร เป็นเส้นทางที่การจราจรติดขัดมากที่สุดในกรุงเทพฯ มีรถวิ่งผ่านชั่วโมงละ 4,380 คันในชั่วโมงเร่งด่วน ในช่วงเช้าทำความเร็วได้เฉลี่ย 13.45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในช่วงเย็นถือว่าคนที่ต้องสัญจรผ่านถนนสายต้องเผชิญกับชะตากรรมที่หนักหนาอย่างมาก เพราะรถทำความเร็วเฉลี่ยได้เพียง 5.03 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ยังมีถนนที่อยู่ในภาวะใกล้เคียงกันอีกรวม 7 เส้นทาง ประกอบด้วย ถนนสุรศักดิ์ พญาไท สีลม ราชดำริ พิษณุโลก และอโศก จะเห็นได้ว่าถนนทั้ง 7 สายนี้มีเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน
โดยเฉพาะถนนอโศก ที่ปรากฏข้อมูลว่าเป็นเส้นทางที่มีจราจรติดขัดหนักรองจากถนนสาทร รถที่วิ่งผ่านถนนอโศก-เพชรบุรี มีจำนวนเฉลี่ยชั่วโมงละ 3,982 คัน ช่วงเช้าทำความเร็วได้ 12.82 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนช่วงเย็น ความเร็วได้ 13.76 กิโลเมตร/ชั่วโมง และถือว่าเป็นถนนเส้นทางหนึ่งที่มีสภาพหนาแน่นตลอดทั้งวัน อย่างเช่นในช่วงที่ทีมข่าวPPTVบันทึกภาพนี้ ไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วน แต่เป็นช่วงบ่ายที่สำนักงานย่านนี้อยู่ระหว่างทำงาน
ส่วนที่ช่วงเช้า ต้องยกให้ถนนสายนี้คือถนนลาดพร้าว แม้จะไม่ได้ปรากฎชื่ออยู่ใน 7 ถนน ที่มีสภาพการจราจรสาหัส แต่ผู้คนย่านนี้ก็ต้องเผชิญกับที่ไม่แตกต่าง แม้ตำรวจจราจรที่ประจำอยู่ในเส้นนี้ จะพยายามแก้ปัญหาด้วยการบริหารจราจรกำหนดช่องพิเศษรองรับ แต่ก็ไม่สามารถรองรับสภาพชุมชนที่ขยายตัวต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในแนวดิ่งอย่างคอนโดมิเนียม ที่เติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้
ปัญหานี้อย่าว่าแต่กรุงเทพมหานคร ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีที่เวลานี้มีอำนาจเต็มก็ยังยอมรับว่าแก้ไขยาก