นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน กล่าวผ่านรายการ เป็นเรื่อง เป็นข่าวว่าถึงกรณีมาตรการลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ "เมาขับแล้วยึดรถ" ว่า ปีนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา มาตรการเสริมดังกล่าวดี แต่ยังไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เนื่องจากมาตรการที่ใช้ยังไม่ครอบคลุมที่จะเกิดประสิทธิภาพได้ เนื่องจากคนใช้รถส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นเป็นหลักล้าน แต่จุดที่ยึดรถมีแค่ 6 ร้อยกว่าจุด รวมถึงโทษปรับ ซึ่งคนไทยไม่กลัว แต่คนไทยกลัวสองเรื่องใหญ่คือ 1.กักขังหรือจำคุก แม้มีกฎหมาย แต่ยังไม่มีการลงโทษ และ 2.การยึดรถ ซึ่งไม่ใช่แค่ 7 วันแต่ควรจะเป็นปี และให้มีพื้นที่และวัดผล
ทั้งนี้ นายแพทย์ธนะพงศ์ กล่าวอีกว่า อุบัติเหตุลดลง เมื่อเทียบตั้งแต่ปี 2551 แต่ทว่ายังมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากขึ้น โดยในปี 2559 มีผู้เสียชีวิต 10.5 คนต่ออุบัติเหตุ 100 ครั้ง ซึ่งมีปัจจัยในการเสียชีวิต 3 อันดับหลัก คือ 1.ความเร็ว 2.ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย 3.สภาพถนนมีอันตราย ข้างทาง เช่นต้นไม้ ป้าย และเสาไฟฟ้า โดยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ที่ถนนมอเตอร์เวย์ ไม่มีต้นไม้ข้างทางเวลาเกิดอุบัติเหตุหลุดโค้งถนน รถจะวิ่งจนหยุดเอง แต่เมื่อเทียบกับในประเทศไทยที่มีร้านค้าและ ต้นไม้ข้างทางจึงทำให้เกิดการพุ่งชนและสูญเสียชีวิต ถนนไฮเวย์ ควรให้ต้นไม้ห่างจากถนน 9 เมตร โดยในระยะ 9 เมตรนั้น ไม่ควรมีวัตถุข้างทาง ซึ่งถนนในประเทศนั้นไม่สามารถทำให้เป็นแบบ มอเตอร์เวย์ได้ ถึงแม้การชนต้นไม้ข้างทาง ไม่ได้ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากกว่า เมาแล้วขับ หรือหลับใน แต่ทำให้เกิดความรุนแรงจากอุบัติเหตุมากกว่า ขณะที่ช่วงเวลาเกิดเหตุเที่ยงคืนจนถึงตี4 มีดัชนีความรุนแรงเกิดขึ้นสูงสุด