การเอ่ยถึงวงประชุมลับมหาเถรสมาคมวันที่ 5 มกราคมของนายประดับ โพธิกาญจนวัตร รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในลักษณะของการยอมรับว่า เกิดขึ้นจริง ระหว่างแถลงข่าวเมื่อวานนี้ แม้จะระบุว่าไม่ทราบเนื้อหา แต่ก็ทำให้มีการตั้งข้อสังเหตุว่า กรรมมหาเถรสมาคม เสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แล้วหรือไม่
ทีมข่าวพีพีทีวี ตรวจสอบไปยังแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับมหาเถรสมาคม ได้ข้อมูลว่า เป็นไปตามที่รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาเปิดเผย ว่ามีการประชุมของคณะกรรมการมหาเถรสมาคมอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมาแต่ยังไม่มีใครทราบเนื้อหาการประชุมอย่างเป็นทางการว่า มีมติเห็นชอบเสนอชื่อสมเด็จช่วง ตามที่ปรากฎเป็นข่าวแล้วหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม หากจะมีการเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 จริง ก็จำเป็นต้องผ่านมติมหาเถรสมาคมอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่วงประชุมลับอย่างที่กำลังปรากฎเป็นข่าว
นอกจากนั้นยังมีวิเคราะห์ว่า การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน คือ ต้องเป็นพระราชาคณะที่มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์สูงสุด ซึ่งเวลานี้คือ สมเด็จช่วง จึงไม่มีความจำเป็นต้องจัดประชุมลับเพื่อลงมติสนับสนุน เพราะหากเป็นเช่นนั้น กระบวนการแต่งตั้งก็ยิ่งถูกตั้งคำถามจากกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย
สอดคล้องกับนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ระบุว่า การแต่งตั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย มหาเถรสมาคมต้องส่งชื่อมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าเพื่อทรงสถาปนา จึงเชื่อว่า การประชุมลับ เป็นเพียงการพูดคุยกันของกรรมมหาเถรสมาคม ไม่ใช่มติที่ประชุม
ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกรรมาธิการปฏิรูปศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ระบุว่า ทางกลุ่มจะยังไม่ออกมาเคลื่อนไหว แต่จะติดตามมติมหาเถรสมาคม เพราะเชื่อว่า การประชุมลับเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมาเป็นเพียงการทำความเข้าใจในขั้นตอนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ยังไม่ใช่กระบวนเสนอชื่อ ซึ่งสามารถทำได้