พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวหรือ นบข. ว่า จากการตรวจสอบข้าวในสต็อกของรัฐบาลชุดเดิม ที่เสร็จสิ้นแล้ว พบว่า มีข้าวในคลังสินค้ากลางประมาณ 17 ล้านตัน ซึ่งรัฐบาลจะเร่งระบายออกสู่ตลาด โดยวิธีการต่างๆ เช่น การเปิดประมูลข้าวทั้งในและต่างประเทศ โดยจะต้องไม่ทำให้ข้าวรอบปกติได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะระบายให้หมดภายใน 2-3 ปี พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการในเชิงนโยบายจะไม่ขาดทุน แต่ภาคปฏิบัติทุกฝ่ายจะต้องช่วยกัน อย่าทุจริตคอรัปชั่น
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ทุกฝ่ายหาแนวทางยกระดับยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาข้าวอย่างยั่นยืน
ด้าน นางสาวชุติมา บุญยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันข้าวในคลังสินค้ากลางมีจำนวน 17 ล้าน 8 หมื่นตัน แบ่งเป็นข้าว ที่ผ่านมาตรฐานประมาณ 2 ล้านตัน ไม่ผ่านมาตรฐานประมาณ 14 ล้านตัน และเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ หรือ ข้าวเสียประมาณ 694,000 ตัน ซึ่งข้าวที่ไม่ผ่านมาตรฐาน คือ ข้าวที่ต้องปรับปรุงคุณภาพ
โดยคณะอนุกรรมการระบายข้าวแบ่งข้าวออกเป็น เกรดเอ 6.1 ล้านตัน ซึ่งหากนำมาปรับปรุงเล็กน้อยก็จะสามารถนำเข้าสู่ตลาดการค้าปกติได้ ส่วนเกรดบี 3.6 ล้านตัน จะต้องนำมาปรับปรุง และนำไปตีราคาก่อนนำขายออกสู่ตลาด ส่วนเกรดซี 4.3 ล้านตัน ถือเป็นข้าวที่หากนำไปปรับปรุงก็ไม่คุ้มค่า ซึ่งทางคณะกรรมการ นบข.จะต้องดำเนินคดีตามกฏหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการขายข้าวออกสู่ตลาดจะต้องระบายข้าวในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อข้าวรอบปกติ ส่วนการดำเนินคดีจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ดำเนินคดี ในส่วนของข้าวเสื่อมคุณภาพ หรือข้าวเสีย กับ ข้าวที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เกรดซี
ที่ประชุม นบข. ยังมีมติเห็นชอบเรื่องยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2558-2562 ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ด้านการผลิต 4 ด้าน คือ
1) การบริหารจัดการพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตข้าวให้เหมาะสม โดยจะผลิตข้าวเปลือกให้สมดุลกับ อุปสงค์ในปี 62/63 จำนวนไม่เกิน 31 ล้านตัน
2) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ในปี 62/63 ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ทุกชนิดไม่ต่ำกว่า 600 กิโลกรัม ต้นทุนการผลิตต่อไร่ไม่เกิน 4,000 บาท และต่อตันไม่เกิน 6,000 บาท
3) การยกระดับคุณภาพและ
4) การเพิ่มมูลค่าข้าวเปลือก
รวมถึงยุทธศาสตร์ด้านการตลาด 7 ประเด็น คือ1) มีแผนพัฒนาข้าวอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ 2) สร้างความเป็นธรรมในระบบการค้าข้าว โดยจัดระบบโรงสีให้ทั่วถึงสอดคล้องกับผลผลิตในแต่ละพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ใน 5 ปี 3) ส่งเสริมและผลักดันการใช้มาตรฐานการผลิตและการค้าให้ได้มาตรฐานสากล ภายใน 5 ปี 4) พัฒนาศักยภาพระบบการค้าข้าว 5) สร้างค่านิยมการบริโภคข้าวโดยการบริโภค