นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณห้วยคลิตี้ ระหว่างวันที่ 7 -12 กันยายน พ.ศ. 2558 พบว่า แม้ดินบริเวณหมู่บ้านคลิตี้ล่าง จะมีค่าอยู่ในมาตรฐาน แต่ดินบริเวณหมู่บ้านคลิตี้บน ยังคงมีค่าตะกั่วเกินเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยและการเกษตรกรรม ซึ่งกำหนดค่าสารตะกั่วปนเปื้อนไม่เกิน 400 มก./กก. ขณะที่ผลตรวจตะกอนดินท้องน้ำลำห้วยคลิตี้ พบว่าบริเวณท้ายโรงแต่งแร่ยังคงมีการปนเปื้อนตะกั่วในปริมาณสูง ส่งผลให้พบปริมาณตะกั่วในสัตว์หน้าดิน เช่น ปู และหอย มีระดับการปนเปื้อนไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานอาหารฯ
คพ. จึงต้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ตามแผนภายในระยะเวาลา 3 ปี ระหว่างปี 2559-2561 รวมงบประมาณ 593 ล้านบาท ด้วยการก่อสร้างหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย บริเวณบ่อหินผุใกล้กับบริเวณเมืองแร่ตะกั่ว การฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ด้วยการดูดตะกอนท้องน้ำ และตะกอนหน้าฝายดักตะกอน เพื่อนำไปฝังกลบยังหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย และการฟื้นฟูพื้นที่บริเวณโรงแต่งแร่เดิมและพื้นที่ปนเปื้อน โดยเบื้องต้นจะทำการขุดลอกตะกอนดินบริเวณโรงแต่งแร่ ประมาณ 4 หมื่นคิว ออกไปกำจัดนอกพื้นที่ เพื่อให้ลำห้วยคลิตี้กลับมามีคุณภาพน้ำอยู่ในระดับปลอดภัย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการฟื้นฟูได้เดือนเมษายนนี้
ทั้งนี้ สำหรับข้อห่วงใยในเรื่องการปนเปื้อนสารตะกั่ว จากลำห้วยคลิตี้ลงสู่ลำคลองงู ซึ่งจะไหลลงเขื่อนศรีนครินทร์ ไปสู่แม่น้ำแม่กลองและผู้ใช้น้ำในกรุงเทพมหานครนั้น จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์ แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนต่อแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง พบว่า คุณภาพน้ำ และสัตว์น้ำ มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินฯ และมาตรฐานอาหารฯ ทุกตัวอย่าง