เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวพรรครักประเทศไทยและอดีตผู้บริหารบริษัทสุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์ ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำเป็นเวลา 2 ปี พร้อมจำเลยคนอื่นๆ หลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ในคดีรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิทซอย 10 เมื่อปี 2546 และถือว่าคดีนี้ได้สิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมแล้ว
คำตัดสินของศาลฎีการะบุว่า การกระทำของจำเลยไม่ยำเกรงกฏหมายบ้านเมืองถือว่ามีพฤติกรรมร้ายแรง แต่นายชูวิทย์ ได้ชดเชยให้ผู้เสียหายบางส่วนและนำที่ดินทำเป็นสวนสาธารณะ จึงลดโทษจากที่ศาลอุทธรณ์ให้จำคุก 5 ปี เหลือ 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา
ด้านนายชูวิทย์ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าฟังคำตัดสินของศาลว่า ยอมรับในคำพิพากษาของศาลแม้จะต้องถูกจำคุกก็ตาม
ส่วนจำเลยคนสำคัญอย่าง พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธหิ ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญาเช่นกัน และศาลยังได้ออกหมายจับ พ.ต. ธัญเทพ ธรรมธร หรือ เสธแอ๊ป ซึ่งไม่ได้เดินทางมาฟังคำตัดสินของศาลเพื่อจับกุมตัวมารับโทษต่อไป