กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ออกมาอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด หลายระลอก ใกล้กับวิหารของชาวมุสลิม นิกายชีอะห์ ชานกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นระเบิดรถยนต์ 1 ครั้ง ส่วนอีกสองครั้งเกิดจากมือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 คน ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มไอเอส ซึ่งจุดชนวนระเบิดในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 100 คน แรงระเบิดยังทำให้อาคารหลายหลังเกิดเพลิงลุกไหม้ รถยนต์ถูกไฟไหม้เสียหายจำนวนมาก เหตุโจมตีครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้แทนจากทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านซีเรีย ไปรวมตัวกันที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ ตามแผนของสหประชาชาติ ที่มุ่งหวังจะไกล่เกลี่ยเหตุขัดแย้ง และสงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่ยืดเยื้อมายาวนานเกือบ 5 ปี ซึ่งหลายฝ่ายลงความเห็นว่าเหตุโจมตีครั้งนี้ อาจเป็นความพยายามของกลุ่มไอเอสที่ต้องการทำให้การเจรจาหยุดชะงักลง
ส่วนความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพซีเรีย ล่าสุด ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ได้ยื่นคำขาดให้ยูเอ็นและรัฐบาลซีเรียเร่งปฏิบัติตามข้อเรียกร้องทันที มิเช่นนั้น อาจขอถอนตัวออกจากการประชุม โดยข้อเรียกร้องดังกล่าว รวมไปถึงการที่รัฐบาลซีเรียและรัสเซียต้องหยุดโจมตีทางอากาศ ปิดล้อมเมือง รวมถึงเลิกตั้งด่าน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะที่นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้โอกาสในการเจรจานี้ ยุติความขัดแย้งที่มีมายาวนาน แต่ก็ก็อยากให้ฝ่ายค้านซีเรียยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าวก่อน เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ทันที
ทั้งนี้ในวันนี้ นายสตาฟฟาน เดอ มิสตูรา ผู้แทนเจรจาสันติภาพซีเรียของสหประชาชาติ มีกำหนดจะเข้าหารือกับฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านซีเรียอีกครั้ง โดยจะเป็นการหารือแยกกัน