เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (1 ก.พ.59) ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีการประชุมของบอร์ดบริหารบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ใน 3 เรื่องสำคัญโดยมีนายองอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัทและนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายเป็นประธาน หลังจากหารือกันกว่า 3 ชั่วโมงก็ได้ข้อสรุปเด็ดขาดกับทั้ง 3 เรื่องเป็นที่เรียบร้อย
เรื่องแรกคือกรณีแมตช์เพลย์ออฟ หรือ คู่ตกค้างใน ดิวิชั่น 1 ระหว่าง นครปฐม เอฟซี กับ สุโขทัย ทีพีแอลฟันธงตามคำสั่งศาลให้ทั้งสองทีมเตะเพลย์ออฟเลื่อนสู่ไทยพรีเมียร์ลีกในวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยเริ่มเตะใหม่หมด สกอร์ที่ 0-0 และเล่นเต็ม 90 นาที ที่สนามกลางซึ่งเป็น เอสซีจี สเตเดี้ยม คิกออฟ 18.00 น.
ส่วนกรณีที่สองเป็นเรื่องของจำนวนในไทยพรีเมียร์ลีกที่ก่อนหน้านี้ได้มติที่ประชุมให้เพิ่มเป็น 20 ทีม แต่มีกระแสค้านจากหลายฝ่ายจนกลับมาทบทวนและสรุปสุดท้ายได้ว่า ไทยพรีเมียร์ลีกซีซั่น 2016 จะมี 18 ทีมตามเดิม เนื่องจากศาลปกครองสุงสุดไม่ได้คุ้มครอง คดี ของ เทโรแล้ว จึงทำ เทโร ต้องลงไปเตะดิวิชั่น 1 ตามระเบียบ แต่ทว่าหากในที่สุดศาลตัดสินให้ เทโร ชนะ ทีพีแอล จะหาทางออกให้ได้กลับมาเล่นในไทยลีกในฤดูกาลหน้า
ส่วนอีกกรณีเป็นเรื่องของ Club Licensing หรือใบอนุญาตประกอบธุรการฟุตบอลที่พบว่ามี 4 ทีมใน 2 ลีกบนของไทยมีปัญหา ประกอบด้วยสระบุรี เอฟซี, พัทยา ยูไนเต็ด, ทีโอที เอสซี และ เพื่อนตำรวจ โดยทาง ทีพีแอลได้ตั้งคณะกรรมการฉุกเฉินขึ้นมา นำมาโดยนายนรินท์พงศ์ เพื่อตรวจสอบครั้งสุดท้ายภายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งหากพบว่าทีมใดยังคงมีปัญหา จะหาทางออกและแก้ไขแบบหมดสิทธิ์แก้ตัว
สรุปว่า 3 ทีมที่ตกชั้นไทยลีกไปเล่น ดิวิชั่น 1 คือ ทีโอที , ท่าเรือ , เทโร และรอทีมเลื่อนชั้นอีก 1 ทีม ระหว่าง นครปฐม หรือ สุโขทัย