ผลการนับคะแนนเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีที่รัฐนิวแฮมป์เชอร์ ซึ่งเป็นสนามเลือกตั้งแบบ “ไพรมารี” ที่แรกของประเทศ ผลปรากฎว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าเป็นผู้ชนะของพรรครีพับลิกัน ได้คะแนนไป 35% ตามด้วยนายจอห์น คาซิค ที่ได้ไป 16% ส่วนเท็ด ครูซ ผู้ชนะจากการหยั่งเสียงแบบคอคัส ที่รัฐไอโอวา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 3 ได้ไป 12% ส่วนทางฝั่งเดโมแครต ชัยชนะเป็นของนายเบอร์นี แซนเดอร์ส ที่ได้คะแนนทิ้งห่างนางฮิลลารี คลินตัน 60% ต่อ 39%
ล่าสุด นายแซนเดอร์ส ออกมาแถลงขอบคุณชาวนิวแฮมป์เชอร์ทุกคนสำหรับชัยชนะในครั้งนี้ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณนางคลินตัน ที่โทรศัพท์มาแสดงความยินดี ทันทีที่ทราบผลการนับคะแนนเบื้องต้น ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ออกมาประกาศชัยชนะ พร้อมขอบคุณประชาชน รวมถึงครอบครัวที่ให้การสนับสนุน และยืนยันว่าหากได้เป็นประธานาธิบดี จะทำให้สหรัฐกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยจะทำให้เศรษฐกิจและการค้าของประเทศเติบโตแซงหน้าจีน ญี่ปุ่น เม็กซิโก ให้ได้ ขณะที่ผู้แพ้อย่างนางคลินตัน ก็ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ แต่จะสู้ต่อไปเพื่อให้ได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต และเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดยยืนยันจะต่อสู้เพื่อสิทธิของพลเมืองอเมริกันทุกคน
รัฐนิวแฮมป์เชอร์ ถือเป็นรัฐแรกของสหรัฐ ที่จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีขั้นต้นแบบ "ไพรมารี" ของทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ซึ่งผลที่ออกมาอาจชี้ชะตาอนาคตของผู้สมัครแต่ละคน ว่าจะสามารถไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ปลายปีนี้ได้หรือไม่ขณะที่ทางการคาดว่าการเลือกตั้งแบบไพรมารีครั้งนี้ น่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ / จากนี้ไป ในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. นี้ จะมีการหยั่งเสียงแบบคอคัส ที่รัฐเนวาดา และเซาท์แคโรไลนา ซึ่งเป็นที่คาดการณ์กันว่า ผู้ที่ได้คะแนนสนับสนุน 3 อันดับแรกจากนิวแฮมป์เชอร์ จะทำได้ดีในทั้ง 2 รัฐนี้ด้วย
การเลือกตั้งแบบไพรมารี คือการเปิดคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง ลักษณะคล้ายกับการเลือกตั้งทั่วไป เพียงแต่ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องลงทะเบียนก่อนการเลือกว่าตนสนับสนุนพรรคใด ซึ่งจากผลการลงทะเบียน พรรครีพับลิกันมีผู้สนับสนุนมากกว่าเดโมแครตประมาณ 3 แสนคน