ประมุขลูกหนัง อำนาจกำลังจะหมุนไป

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ไม่เหนือความคาดหมาย สำหรับผลการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงได้รับคะแนนสนับสนุนถึง 62 คะแนน จากสโมสรสมาชิกที่เดินทางมาใช้สิทธิ์ 68 สโมสร

 

แม้ภาพรวมพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง หรือ บิ๊กอ๊อดจะได้รับคำแนนเสียงอย่างท่วมท้น แต่การจะพูดว่า นี่คือ ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จและจะพลิกโฉมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็คงจะพูดได้ยาก เพราะหากดูในรายละเอียดที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ยังคงมีแรงกระเพื่อมในหลายจุด โดยเฉพาะจากขั้วอำนาจเดิม นั่นหมายความว่า ชัยชนะของบิ๊กอ๊อดและผู้สนับสนุนในวันนี้ อาจเป็นเพียงแค่การสลับขั้วความได้เปรียบทางอำนาจ แต่ยังคงต้องเผชิญกับแรงกระเพื่อมทางการเมืองต่อไปก็เป็นได้

ในบรรดาผู้สมัคร 6 คน หากดูคะแนนในภาพรวม มีข้อสังเกตุหลายประการที่น่าสนใจ

นอกจาก 62 คะแนนที่พลตำรวจสมยศ ได้รับจากสโมสรชิกที่เดินทางมาใช้สิทธิ์ในนี้ 68 สโมสรจาก 72 สโมสร คู่แข่งสำคัญอย่างคุณชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติ ที่มีทีมทำงานเป็นทีมงานเดิมของคุณวรวีย์ มะกูดี ได้เสียงในครั้งนี้ไปเพียงแค่ 4 คะแนน และมีถึง 3 คน ที่ไม่มีคะแนนสนับสนุน หนึ่งในนั้น คือ คุณธวัชชัย สัจจกุล หรือ บิ๊กหอย อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลไทยชุดดรีมทีม ส่วนอีกคนที่มีคะแนนโดยได้เสียงไป 1 คะแนน คือ คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้บริหารสโมสรแบ็งคอกยูไนเต็ด และมีสโมสรสมาชิกที่งดออกเสียง 1 สโมสร

อีกจุดสังเกตุที่น่าสนใจอย่างมาก คือ สโมสรที่มีสิทธิ์ลงคะแนน แต่ไม่เดินทางมาใช้สิทธิ์ 4 สโมสร ปรากฎว่า เป็นสโมสรชั้นนำระดับไทยพรีเมียร์ลีก ถึง 3 สโมสร คือ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  บีอีซี เทโรศาสน โอสถสภา เอ็ม 150 สมุทรปราการ ซึ่งหากใครติดตามวงการฟุตบอลไทยมาอย่างใกล้ชิด ก็อาจจะพอรับทราบว่า ทั้ง 3 สโมสรนี้ มีความใกล้ชิดและสนับสนุน การทำงานของคุณวรวีร์ มะกูดี เป็นอย่างดีมาโดยตลอด  น่าสนใจว่า ความหมายในการไม่เดินทางมาครั้งนี้ของทั้ง 3 สโมสร คือ อะไร ส่วนอีก 1 สโมสร เป็นตัวแทนจากการแข่งขันถ้วย ค คือ วิทยาลัยเทคโนโลยี พิชญเกษม ซึ่งมีความเป็นไปได้หลายทางและหลายปัจจัยถึงสาเหตุที่ไม่สละสิทธิ์ครั้งนี้ ที่อาจจะมีความหมายเหมือนหรือต่างกับ 3 สโมสรในไทยพรีเมียร์ลีกก็ได้

ขณะที่คะแนนในภาพรวมของการเลือกทีมงาน  นอกจาก “บิ๊กอ๊อด” ที่ได้คะแนนสนับสนุนในสัดสวนถือว่ามาก ทีมงานในส่วนต่างๆทั้งอุปนายกสมาคม 5 คน ก็ได้คะแนนในสัดส่วนที่ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณศภสิน ลีลาฤทธิ์ ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าสที่ก่อนหน้านี้ ร่วมทำงานกับทีมทำงานของคุณวรวีย์ ก็ได้ไปถึง 63 คะแนน หรือ คุณวิทยา เลาหกุลหรือที่เรียกขานติดปากกันว่า โค้ชเฮง ประธานพัฒนาเทคนิคสโมสรชลบุรี เอฟซี ที่ก่อนหน้านี้เคยลงชิงเก้าประมุงลูกหนังกับคุณวรวีย์และแพ้แบบถูกทิ้งห่าง ครั้งนี้ก็ได้รับเสียงสนับสนุนถึง 65 คะแนน ส่วนสภากรรมการ 13 คนในทีมของบิ๊กอ๊อด ก็ได้มากกว่า 60 คะแนนทุกคน

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ประมุขลูกหนังคนที่ 17 ประกาศว่า เสียงสนับสนุนเหล่านี้จะไม่มีผลต่อการเลือกปฏิบัติ เพราะการบริหารภายใต้ทีมงานชุดนี้จะให้รับฟังและปฏิบัติต่อสโมสรชิกทุกสโมสรอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะสนับสนุนหรือไม่ก็ตาม

ตามขั้นตอนการประกาศชัยชนะและแนวทางการทำงานของบิ๊กอ๊อด ก็อาจสามารถทำงาน แต่ยังไม่การันตีตำแหน่งประมุขลูกหนังคนที่ 17 ของไทย เพราะยังคงต้องรอการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ซึ่งถือว่า อาจจะไม่ง่าย ท่ามกลางภาวะที่ยังมีข้อโต้แย้ง โดยเฉพาะจากขั้วอำนาจเดิม

เหตุการณ์ที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นท่ามกลางการดื่มด่ำกับชัยชนะของบิ๊กอ๊อดและทีมงาน คือ การเข้ายืนหนังสือขอให้ระงับการรับรองผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ของนายภาคิน จินาศักดิ์ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยอ้างเหตุผล 2 หลักประการ คือ การบอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบวิธีการเลือกตั้งของสมาคมฟุตบอล และ ขั้นตอนการเลือก 30 เสียงของลีกภูมิภาคให้ได้สิทธิ์ลงคะแนน ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของลีกภูมิภาค รวมถึงระเบียบเลือกตั้งฉบับใหม่ปี 2559 ของคณะกรรมการกลาง ที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้อาจขัดต่อกฎหมาย ซึ่ง กกท.จะรับพิจาณาระหว่างเตรียมประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 15 วัน

ความหนักใจทั้งหมดนับจากนี้ น่าจะไปตกหนักอยู่การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจในการรับรองผลการเลือกตั้ง เพราะการเคลื่อนไหวของฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลแล้ว ยังมีผู้สมัครอีก 1 ราย ที่เตรียมยื่นฟ้องให้ศาลกีฬาโลกชี้ขาดความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้  ติดตามได้จากรายงานของคุณเรวัติ แสนเพ็ชร

แม้จะได้รับชัยชนะ แต่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง หรือ บิ๊กอ๊อด จะได้นั่งเก้าอี้ประมุขลูกหนังอย่างเต็มตัว จะต้องได้การรับรองผล จากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ  กกท. ในฐานะหน่วยงานของรัฐ ที่กำกับดูแลสมาคมกีฬา ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย 2558

หากไม่มีปัญหา หรือไม่มีผู้ร้องเรียน ทางผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียน จะรับรองผลการเลือกตั้ง

แต่เส้นทางการก้าวขึ้นตำแหน่งประมุขลูกหนังไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะฝ่ายกฏหมายของผู้บริหารสมาคมฯ ชุดเดิม ได้ยื่นหนังสือต่อ กกท. ให้ระงับการรับรองผล โดยอ้างว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่า กกท. ที่ออกมารับหนังสือด้วยตนเอง  เผยว่าจะรับเรื่องไว้ และรอรายงานผลการเลือกตั้ง จากคณะกรรมการกลางและเจ้าหน้าที่ของ กกท. ที่ร่วมสังเกตการณ์ ก่อนจะตัดสินใจ 

นอกจากนี้ นายพินิจ สะสินิน 1 ในผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ เผยก่อนการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ผิดระเบียบข้อบังคับ ไม่เป็นไปตามแนวทางของ ฟีฟ่า โดยเฉพาะเรื่องใบมอบอำนาจ ซึ่งนายพินิจ เตรียมจะไปยื่นฟ้องอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือศาลกีฬาโลก เพื่อให้เป็นบรรดาการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ด้านพลตำรวจเอก สมยศ เผยว่าไม่ได้กังวลเรื่องการรับรองผล เพราะถือว่า 62 เสียงที่มอบให้ เป็นประชามติแล้ว

ต้องติดตามหลังจากนี้ ว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย  จะประกาศรับรองผล เมื่อไร  หากไร้ปัญหา ประเทศไทยจะมีนายตำรวจคนที่ 3 ที่ก้าวมาเป็น นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ชื่อ “พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ