นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน ผู้คิดค้นนวัตกรรม “Face Lock” เผยว่า ใบหน้าเป็นอวัยวะเดียวที่มีกลไกของกล้ามเนื้อยึดติด ทำให้สามารถขยับผิวหนังได้โดยการสั่งการของสมอง ในวัยเด็กจนกระทั่งเข้าสู่วัยสาวใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้าจะเต่งตึงสดใส เนื่องจากมีคอลลาเจนแข็งแกร่งยึดโยงกัน แต่เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนค่อยๆ ลดน้อยลง ประกอบกับการขยับเขยื้อนใบหน้าที่ทำซ้ำๆ มาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดร่องรอยและกลายเป็นร่องลึกที่เรียกว่า “รอยตีนกา” หรือ “รอยเหี่ยวย่น” ผู้สูงอายุจึงนิยมการทำศัลยกรรมด้วยวิธีการดึงหน้า (Face Lift) แต่การผ่าตัดทำให้มีแผลยาวมากขึ้นและต้องใช้เวลาในการรักษาแผลนาน
จึงได้คิดค้นนวัตกรรมเพื่อล็อคความสาว ด้วยวิธี “เฟซ ล็อค” (Face Lock) โดยทำก่อนที่ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของผิวหน้า ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 35 – 40 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่ร่างกายเริ่มชะลอการสร้างคอลลาเจน ทำให้เริ่มมีริ้วรอยบางๆ เกิดขึ้น ทำโดยการผ่าตัดเล็กและใช้การฉีดไขมันที่มีสเต็มเซลล์ เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณรอยต่อระหว่างตีนผมด้านข้างขมับ เทคนิคนี้เรียกว่าการล็อค 3 จุดบนใบหน้า ได้แก่ คิ้ว ดวงตา และร่องแก้ม โดยแต่ละจุดจะมีความยาวของแผลประมาณ 2 เซนติเมตร การผ่าตัดใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยไม่ต้องวางยาสลบและใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1 วัน
อย่างไรก็ตาม นพ.ชลธิศ ฝากเตือนสำหรับผู้ที่วิ่งตามกระแสศัลยกรรมจนกลายเป็นแฟชั่น โดยมองว่าการศัลยกรรม ฉีด เติม เสริม ตัด เป็นเรื่องง่าย ต้องคิดให้ดีและเลือกให้เหมาะกับตัวเอง ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน