วันนี้ (15 ก.พ. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินสายการบิน เวอร์จิน แอตแลนติก เที่ยวบิน VS025 ซึ่งเดินทางจากกรุงลอนดอนมุ่งหน้าไปนครนิวยอร์กพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 267 คน ได้หันหัวกลับเพื่อลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโทรว์ หลังจากขึ้นบินได้ไม่นาน โดยข้อความเสียงที่แจ้งมายังหอควบคุมการจราจรทางอากาศระบุว่า นักบินผู้ช่วยมีอาการป่วยหลังถูกแสงเลเซอร์ยิงใส่มายังห้องนักบิน
ซึ่งขณะนี้ ตำรวจกรุงลอนดอน ร่วมกับสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก กำลังเร่งสอบสวนหาที่มาของแสงเลเซอร์ดังกล่าว
ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยด้านการบิน ระบุว่า แสงเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูง อาจทำให้นักบินตาพร่า ทำอันตรายต่อจอประสาทตาหรือมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง โดยในระยะหลังมีเหตุการณ์ทำนองนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เครื่องบินมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุอันตรายได้
ด้านสมาคมนักบินของสายการบินอังกฤษ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์วันนี้ (15 ก.พ. 59) มีข้อความเรียกร้องให้การบังคับใช้กฎหมายกับการใช้แสงเลเซอร์ที่เข้มงวดกว่านี้ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่อันตรา
โดยอังกฤษมีกฎหมายฉบับใหม่ที่ประกาศเมื่อปี 2010 ซึ่งระบุว่าผู้ที่ฉายหรือยิงแสงใดๆ ใส่เครื่องบินที่กำลังบินอยู่จนส่งผลกระทบกับตัวนักบินถือว่ามีความผิด
จากสถิติของกรมการบินพลเรือนอังกฤษ พบว่า ในปี 2014 มีรายงานเหตุยิงเลเซอร์ใส่เครื่องบิน 1,440 ครั้งในอังกฤษ ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2015 ที่ผ่านมา มีรายงานถึง 414 ครั้ง โดยเหตุล่าสุดที่ส่งผลกระทบรุนแรงกับนักบินเกิดขึ้นเมื่อเดือน พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยนักบินสายการบินบริทิชแอร์เวย์ส จอประสาทตาไหม้หลังถูกแสงเลเซอร์ยิงใส่ระหว่างนำเครื่องลงจอดที่สนามบินฮีทโทรว์