วานนี้ (22 ธ.ค.57) เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ซึ่งเวลาที่จีนเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ก่อนเข้าหารือกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ณ มหาศาลาประชาชน โดยผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือถึงความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยเฉพาะการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาตร์อย่างรอบด้าน
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในโอกาสที่ไทยกับจีนจะครบรอบ 40 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2558 จึงนับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และมองไปข้างหน้าด้วยกันเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์และแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต ซึ่งควรให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคควบคู่ไปกับความร่วมมือทวิภาคี
ก่อนที่นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจีน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลง และบันทึกความเข้าใจร่วมกัน 4 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวนในไทย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยลงนามร่วมกับธนาคารกลางของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเป็นตัวกลางในการชำระเงินหยวน และอำนวยความสะดวกแก่ธนาคารพาณิชย์ของไทยที่การเข้าถึงเงินหยวนมีข้อจำกัด โดยธนาคารที่จะได้รับการจัดตั้งเป็นธนาคารชำระดุลเงินหยวนจะถือเป็นสาขาของธนาคารพาณิชย์จีน ที่สามารถเชื่อมต่อชำระเงินจากจีนได้โดยตรง
ส่วนการลงนามต่ออายุสัญญาข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวน และบาท ในวงเงิน 7 หมื่นล้านหยวนไปอีก 3 ปี จากเดิมที่จะหมดอายุสัญญ่าในสิ้นปีนี้ แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีการใช้เงินดังกล่าว แต่การมีข้อตกลงจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจและธนาคารพาณิชย์ หากเกิดเหตุฉุกเฉินขาดเงินสกุลท้องถิ่น ธนาคารกลางของ 2 ประเทศ จะจัดหาเงินสกุลท้องถิ่นให้ได้
ขณะที่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและธนาคารแห่งประเทศจีน จะช่วยให้เกิดการซื้อขายหุ้นด้วยเงินหยวน และเปิดโอกาสให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทย เนื่องจากรัฐบาลจีนมีข้อกำหนดว่า เงินที่จะนำไปลงทุนต่างประเทศ ต้องผ่านธนาคารแห่งประเทศจีนเท่านั้น รวมทั้งการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการทรัพยากรน้ำและการชลประทานไทย