ตุรกี – ซีเรีย ทางกลับบ้านที่ไกลแสนไกล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โดย สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา

“สิ่งแรกที่เราจะทำหลังสงครามจบลง คือ กลับบ้าน”

“ทันทีที่สงครามนี้จบลง ผมจะไม่รอแม้แต่นาทีเดียว ผมต้องการกลับบ้าน”

“ชัวร์ ผมยังนึกถึงซีเรียอยู่เสมอ ผมต้องการกลับไปอยู่ที่นั่น”

สามประโยคนี้ เป็นคำพูดของชาวซีเรียที่อพยพหนีภัยสงครามมาอยู่ที่เมืองคิลิส จังหวัดกาซิอันเทป ในตุรกี

แม้ว่าที่ตุรกี พวกเขาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าการต้องคอยหลบภัยจากระเบิดและกระสุนอยู่ที่ซีเรีย แม้ว่าจะได้รับการดูแลที่ดีพอสมควรจากตุรกี แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านเกิดของพวกเขา

 

ตลอดการเดินทาง 4-5 วันของผมที่พรมแดนตุรกี – ซีเรีย เราพูดคุยกับชาวซีเรีย และได้ยินเรื่องราวแบบเดียวกันนี้ทุกวัน ทุกวัน

บ้านของทุกคนถูกทำลายด้วยการทิ้งระเบิด ด้วยจรวดมิสไซล์ ... บ้าน ที่กลายเป็นเพียงกองอิฐ เป็นเพียงเศษซากของความรุนแรง

ความมืดมนยังคงอยู่ ... เป็นความมืดที่แสนยาวนาน

ในทุกๆบ่ายของทุกวัน หญิงชาวซีเรียในชุดสีดำล้วน สวมฮิญาบ บางคนคลุมหน้าด้วยผ้าสีดำ จะต้องมาต่อแถวรอรับอาหารจากมูลนิธิ KIMSE YOK MU นั่นคืออาหารเย็นของทุกวัน เพราะพวกเธอไม่มีรายได้ จากวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ผู้หญิงจะทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน .... ในขณะที่ชายชาวซีเรีย ยังสามารถหารายได้ได้บ้างในคิลิส แต่ก็เป็นงานเล็กน้อยเท่านั้น ที่ยากจะพอประทังชีวิต ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งพวกเขาล้วนแต่เป็นครอบครัวใหญ่

ผมเองไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทุกแห่งที่ผมเดินทางไปพบกลุ่มชาวซีเรีย จึงถูกห้อมล้อมไปด้วยเด็กๆ ในเวลาเดียวกันกับที่ผู้ใหญ่ต่างมีท่าทีหวาดระแวงอย่างชัดเจนที่จะพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างเรา ... เด็กๆ กลับเข้ามารุมล้อม เดินตาม พยายามสื่อสาร พูดคุยกับพวกเรา แม้ว่าเราต่างก็รู้ว่า เราคุยกันคนละภาษาก็ตาม

“อาหมัด” เป็นเด็กคนนึงที่ผมรู้จักที่คิลิส ผมได้เจอเขาหลายครั้ง เพราะเขาตามผู้ปกครองไปยังที่ที่เราไปถ่ายทำ แววตาของเขาช่างสดใส ร่าเริง เช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆที่มารุมล้อมพวกเรา

“Blue” เป็นคำพูดจากปากของอาหมัด หลังจากที่เขาเอื้อมมือมาจับที่สายคล้องบัตรของผม ... ผมคิดว่า ผมเข้าใจการสื่อสารนี้ สำหรับอาหมัดและผม ... อย่างน้อยก็มีคำๆนี้เป็นคำแรกที่เราสื่อสารเข้าใจตรงกัน

อาหมัด  เป็นเพียงหนึ่งในเด็กชาวซีเรียหลายล้านคนที่กลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและ “ไร้การศึกษา”

“ไร้การศึกษา” .... ผมคิดว่านี่เป็นคำที่โหดร้ายที่สุดคำหนึ่ง ... เพราะเมื่อเด็กคนหนึ่งไร้การศึกษา มันบ่งบอกว่า มีโอกาสมากเหลือเกินที่เขาจะมีอนาคตที่มืดมนตามไปด้วย ... แววตาที่ยังสดใสในวันนี้ จะกลายเป็นแววตาเช่นไร เมื่อเวลาผ่านไปอีก 5 หรือ 10 ปี

คำถามนี้ ... เราต่างมีคำตอบอยู่ในใจ

 

การเดินทางของผมและทีมข่าวจากประเทศที่ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องรู้ร้อนรู้หนาวอย่างประเทศไทยครั้งนี้ คงเป็นเพียงก้าวเล็กๆเท่านั้น เทียบไม่ได้เลยกับการที่หลายชาติต่างทุ่มงบประมาณ ขนอาวุธยุทโธปกรณ์มาถล่มใส่กันที่ซีเรีย

เราต่างเห็นสงครามนี้มายาวนานเหมือนๆกัน บ้างเรียกสงคราม บ้างเรียกการก่อการร้าย เราเห็นพระเอก ผู้ร้าย เห็นตัวละครมากมายปรากฎขึ้นในเรื่อง

การกำเนิดของกลุ่มก่อการร้ายรายใหม่ที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วยุโรป

ก่อนหน้านั้น เราเห็นการปฏิวัติจับอาวุธของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เห็นความพยายามของรัฐบาลชาติเดียวกันทิ้งระเบิดจากบนฟ้าลงมาใส่บ้านเรือน

มาถึงวันนี้ ... ใครกัน มีความสุขอยู่บนกองอิฐและคราบเลือดเหล่านั้น

 

“ทันทีที่สงครามนี้จบลง” ... “กลับบ้าน” ... “จะไม่รอแม้แต่นาทีเดียว” ... “กลับบ้าน” ... “พาเด็กๆของเรากลับไปโรงเรียน”

50-60 กิโลเมตรเท่านั้น ... จากคิลิส สู่ อเลปโป .... แต่เป็น 50-60 กิโลเมตร ที่อาจต้องใช้เวลาเดินทางกลับบ้าน นาน.. แสนนาน

 

 

Credit Photo : IHH

 

 

 

ค้นหาคำตอบแห่งความขัดแย้งได้ใน “ซีเรีย ... สามก๊ก 2016”
ตั้งแต่วันที่ 22-26 ก.พ. 2559 ในรายการ เข้มข่าวค่ำ 18.20 น. และ รอบวันทันโลก 23.45 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA/22964

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ