นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งว่า เมื่อวานที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ระยะที่ 2 จำนวน 4,937 โครงการ วงเงินกว่า 2,967 ล้านบาท
แบ่งเป็นโครงการด้านเกษตรอื่นๆ 70 จังหวัด จำนวน 4,041โครงการ วงเงินประมาณ 2,695 ล้านบาท เช่น การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ขุดลอกคลอง และเลี้ยงสัตว์ปีก ส่วนโครงการนอกภาคเกษตร 44 จังหวัด จำนวน 896 โครงการ วงเงิน 271.87 ล้านบาท เช่น อาหารแปรรูป ผลิตของใช้ในครัวเรือน และจักสาน
สำหรับโครงการที่ไม่ผ่านการพิจารณา เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ คือ ไม่มีการจ้างแรงงานตามเงื่อนไข และดำเนินงานในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์
นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และแหล่งอาหารในชุมชน ให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการ จนถึงเดือนพฤษภาคม 2559
ส่วนสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงปัจจุบันใช้น้ำไปแล้ว 1,868 ล้านลูกบาศก์เมตร คงเหลือใช้ได้ถึงเดือนมิถุนายน ประมาณ 3,068 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีการระบายน้ำประมาณวันละ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยประหยัดน้ำ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะประสบภาวะขาดแคลนน้ำ ทั้งในภาคการเกษตร อุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ.