นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ เปิดเผยว่าจากกรณีที่รัฐบาลได้ปรับขึ้นภาษีบุหรี่ ส่งผลให้ราคาบุหรี่ที่ขายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ภาพรวมของตลาดบุหรี่ภายในประเทศที่ หดตัวลงประมาณ 3% ซึ่งถือเป็นการหดตัวที่สูงมากเมื่อเทียบกับขึ้นภาษีบุหรี่ในครั้งที่ผ่านมา ส่วนผลกระทบในแง่รายได้ของโรงงานยาสูบ คาดว่าน่าจะหดตัวประมาณ 10% หรือมีรายได้ลดลงประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ถือเป็นเรื่องปกติของการปรับขึ้นราคาบุหรี่ทุกครั้ง เพราะทำให้ภาพรวมของตลาดจะเกิดการชะงักงัน หรือภาวะตลาดช็อก ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายบุหรี่ตกไป
นอกจากนี้โรงงานยาสูบ ได้จัดสรรงบประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินรางวัลให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ อาทิ กรมสรรพสามิต ศุลกากร ตำรวจ และทหารทั่วประเทศ ที่สามารถจับกุมบุหรี่ต่างประเทศที่ผิดกฎหมายไม่เสียภาษี และบุหรี่ปลอมแปลง