ในแง่กฎหมาย องค์กรที่เกี่ยวข้องยอมรับว่า ไม่มีข้อใดใช้อำนาจบังคับให้บุคคลสาธารณะหยุดทำหน้าที่ได้ แม้กำลังถูกดำเนินคดีอาญา ในแง่ความรับผิดชอบก็มีการยกตัวอย่างสื่อมวลชนคนหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา
บุคคลที่กำลังเอ่ยถึง หมายถึง ไบรอัน วิลเลียมส์ เป็นผู้ประกาศและรายงานข่าวชื่อดังของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ในสหรัฐอเมริกา ไบรอันเป็นคนข่าวที่มีผลงานโดดเด่นมากมายทั้งในแง่ข่าวและสารคดีเชิงข่าว ก่อนจะถูกจับได้ว่า นำเสนอข้อมูลเกินจริงในการรายงานข่าวสงครามอิรัก แม้จะเป็นความผิดที่ไม่เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย แต่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ก็ตัดสินใจปลดไบรอัน วิลเลียมส์ ลงจากหน้าจอเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
กรณีนี้ยังไม่มีใครมีข้อมูลที่แน่ชัดว่า ไบรอัน วิลเลียมส์ มีมูลค่าทางธุรกิจที่สำคัญต่อสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีในระดับไหน ซึ่งสามารถนำมาเปรียบเทียบโดยตรงกับกรณีของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และคุณสรยุทธได้หรือไม่ เพราะหากดูความนิยมต่อรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ซึ่งเป็นรายการหลักของคุณสรยุทธ์ที่ผลิตให้ช่อง 3 คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเป็นรายการที่ยืนระยะในฐานะข่าวเช้าเบอร์ 1ของประเทศมากว่า 1 ทศวรรษ
หากดูจากสถิติผู้ชมข่าวเช้า เปรียบเทียบ 10 อันดับแรก เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แม้บางช่วงเวลาใน 3 ชั่วโมงของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ จะมีน้อยกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างช่อง 7 แต่ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆของตลอดรายการ นั่นหมายความจนถึงเวลานี้รายการของคุณสรยุทธ์ก็ยังมีความหมายในในแง่ธุรกิจอย่างมาก
นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์การต่อต้านคอรัปชั่นแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ว่า นี่ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ต้นสังกัดไม่สามารถให้นายสรยุทธยุติบทบาทได้ แม้รู้ว่าจะต้องแบกรับกับแรงกดดันจากการตัดสินใจเช่นนี้ ในฐานะคนที่ทำงานต่อต้านการทุจริตจึงขอเรียกร้องให้ผู้ชมและโฆษณาเลิกสนับสนุน เนื่องจากกรณีนี้ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงที่มีหลักฐานชัดเจนว่า มีความพยายามติดสินบนพนักงาน อสมท.เพื่อยกยอกเงินโฆษณาส่วนเกิน ที่ไม่ควรให้คนรุนหลังยึดเป็นแบบอย่าง นายมานะ กล่าว
ไม่เพียงข้อเรียกร้องในแง่จริยธรรม การพิจารณาแนวทางในทางปกครอง ต่อการตัดสินใจของช่อง 3 ซึ่งเป็นต้นสังกัดของคุณสรยุทธ ก็กำลังเดินหน้า ล่าสุด กสทช. อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางและระเบียบที่นำมาพิจารณาความเหมาะสมในกรณีนี้และเตรียมเรียกผู้บริหารช่อง 3 เข้าพบในวันที่ 7 มีนาคมนี้
กว่า 3 ชั่วโมงที่คณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหาใช้เวลาหารือ โดยมีประเด็นพิจารณาแนวทางการกำกับดูแลกรอบจริยธรรมของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในฐานะต้นสังกัดของนายสรยุทธ สุทัศนจินดา อยู่ในวาระการประชุม
นายไพศาล กุวลัยรัตน์ ประธานการประชุม เปิดเผยว่า อนุกรรมการฯ อยู่ระหว่างดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่า การตัดสินใจของช่อง 3 เข้าข่ายขัดระเบียบกำกับดูแลที่มีอยู่หรือไม่ และ วันที่ 7 มีนาคม เตรียมเรียกผู้บริหารช่อง 3 พูดคุยเพื่อหารือร่วมกัน
ขณะที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่าเวลานี้คณะกรรมการกสทช มีความเห็นต่อเรื่องนี้แล้ว แต่ตามขั้นตอนต้องรอให้ทางอนุกรรมการผังรายการฯ สรุปแนวทางมาเสนอก่อน ซึ่.งหากตรงกันก็จะให้อนุกรรมการผังรายการดำเนินการทันที แต่ถ้าหากไม่ตรงกัน บอร์ด กสทช .จะออกมาแถลงความเห็นและแนวทางตามที่ศึกษาไว้ให้สาธารณะรับทราบ