วันนี้ (3 มี.ค. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภารกิจของนาย ทัสค์ ในครั้งนี้คือ การลดจำนวนผู้อพยพที่เดินทางมายังประเทศกรีซ จากประเทศตุรกี โดยเขาระบุว่าหากไม่สามารถทำได้ กรีซอาจจะต้องถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติด้านมนุษยธรรม
หลังจากที่ทางการมาซิโดเนีย ได้เพิ่มมาตรการตรวจคนเข้าเมืองในชายแดนด้านที่ติดกับกรีซ จนตอนนี้อนุญาตให้ผู้อพยพเดินทางข้ามพรมแดนได้เพียงแค่วันละประมาณ 200 คน จึงทำให้ในขณะนี้ มีผู้อพยพที่ตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก กว่า 25,000 คน
การประท้วงและเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจปะทะกับผู้อพยพ กำลังกลายเป็นเรื่องปกติทั่วไป และกรีซเองก็กำลังถูกยัดเยียดให้เป็นพื้นที่รับผู้อพยพของยุโรป ซึ่งสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ นายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ของกรีซ ได้เคยย้ำมาก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลกรีซจะไม่ยอมตกเป็นจำเลยของอียู
ซึ่งรัฐบาลกรีซ ก็ได้เรียกร้องเงินสนับสนุนเพิ่มจำนวน 500 ล้านยูโร เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้อพยพกว่า 1 แสนคน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่เดินทางมาถึงกรีซจากตุรกีก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง