รุมค้าน คำสั่ง คสช. เปิดทางเมกะโปรเจกต์ ไม่ต้องรอผล “อีไอเอ”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

องค์กรและเครือข่ายภาคประชาชน วอนยกเลิกคำสั่งป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเพิ่มขึ้นในสังคมไทย

 

กระแสคัดค้านเกิดขึ้นทันทีหลัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ออกคำสั่งที่ 9/2559 โดยอาศัยอํานาจตาม ม.44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 เพิ่มเติมข้อความวรรคสี่ ในมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปี 2535 ระบุว่า

“ในกรณีที่มีความจําเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ ในการดําเนินโครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย ในระหว่างที่รอผลการพิจารณา รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการนั้น อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดําเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดําเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้ แต่จะลงนามผูกพันในสัญญาหรือให้สิทธิกับเอกชนผู้รับดําเนินการ ตามโครงการหรือกิจการไม่ได้”

ข้อความข้างต้นถูกตั้งข้อสังเกตจากเหล่านักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน(เอ็นจีโอ) นักอนุรักษ์ รวมไปถึงประชาชนทั่วไป ที่ต่างเห็นตรงกันว่าคำสั่งข้างต้น ถือเป็นการเอื้อประโยชน์และเปิดทางให้หน่วยงานรัฐ สามารถดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีเอไอ) เสร็จสิ้น ตามกฎหมายปกติหรือไม่  

 

วานนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หัวหน้า คสช. ทบทวนการออกคำสั่งที่เกินความจำเป็นดังกล่าว พร้อมย้ำว่าหาก คสช. ยังเดินหน้าต่อคำสั่งนี้สมาคมฯ และเครือข่าย จะร้องเรียนต่อศาลปกครองสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญ

โดยใจความสำคัญของแถลงการณ์ฉบับนี้ ระบุว่า “คำสั่งดังกล่าวของ คสช. ถือเป็นการทำลายหลักการหรือเจตนารมณ์ที่สำคัญของกฎหมายแห่งชาติ เป็นการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์หรือคืนความสุขให้กลุ่มทุนเท่านั้น และจะเป็นการบีบบังคับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ให้จำต้องให้ความเห็นชอบรายงานอีไอเอและอีเอชไอ ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปก่อนล่วงหน้าแล้ว”

นอกจากนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ แต่อย่างใด อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความขัดแย้งและแตกความสามัคคีของประชาชนในชาติ เพราะจะทำให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมทั่วประเทศ ออกมาคัดค้านกันอย่างมากมาย รวมทั้งเป็นการทำลายหลักการของกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง ที่มุ่งเน้นหลักการป้องกันไว้ล่วงหน้า

 

ล่าสุดวันนี้ (9 มี.ค. 2559) องค์กรและเครือข่ายภาคประชาชน 46 แห่ง ร่วมออกแถลงการณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวเช่นกัน เนื่องจากมองว่าคำสั่งที่ 9/2559 เป็นการส่งสัญญาณในการเร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งมักประสบปัญหาการทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม สุขภาพของชุมชนท้องถิ่น การเร่งรัดจึงถือเป็นการลดความสำคัญ ด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

องค์กรและเครือข่ายภาคประชาชน ระบุว่าแม้ว่าคำสั่งจะยังให้มีการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป แต่จะสร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อความเป็นอิสระ ในการจัดทำและพิจารณารายงานอีไอเอ และจะยิ่งทำให้โครงการที่ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว มีปัญหาความขัดแย้ง ความไม่เชื่อถือยอมรับจากประชาชน จึงขอเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพื่อป้องกันและระงับมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเพิ่มขึ้นในสังคมไทย


 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ